แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 22
1  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความและผลงาน / สุนัขปอมเป็นโรคผิวหนังดำ เจ้าของรักษาหาย สวย เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2018, 06:21:50 PM
สุนัขปอมเป็นโรคผิวหนังดำ เจ้าของรักษาหาย สวย



สุนัขพันธุ์ปอมชื่อ "แคนดี้" เพศเมีย อายุ 3 ปี 5 เดือน เป็นโรคผิวหนังดำ ถ่ายภาพ ก่อนรักษา


สุนัขที่เป็นโรค Black Skin ถ้าหากเริ่มเป็นแรกๆ แล้วเจ้าของไม่รักษา บำรุง ขนที่มีอยู่บนตัว จะร่วง
ลงไปทุกๆ วัน แล้วขนไม่ขึ้น เมื่อขนไม่ขึ้น จึงเป็นเหตุทำให้ผิวหนังที่เป็นสีชมพุ  ค่อยๆ คล้ำลงทุกๆ วัน
แล้วเปลี่ยนสีกลายเป็นสีดำมากขึ้นทุกๆ วัน จนกระทั่งดำมากๆ เหมือนกับสุนัขที่มารักษากับพี่อ๋อยมากมาย
ในทุกๆ วันนี้

เจ้าของไม่รู้จักวิธีรักษา จึงทำให้สุนัขขนร่วงลงไปทุกๆ วัน จนกระทั่งขนร่วงหมดตัว แล้วขนไม่ขึ้น นี่คือปัญหา
ปกติสุนัขขนร่วง จะต้องมีขนใหม่ขึ้นมาแทนที่ ไม่ใช่ขนร่วง แล้วขนไม่ขึ้น ทั้งนี้ เป็นเพราะรูขุมขนของสุนัขไม่เปิด
ระบบภายในไม่สมบูรณ์ ฮอร์โมนไม่มี ผิวดำปิดฉาบรูขุมขน และผิวหนังมีเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย จึงทำให้สุนัข
ไม่มีขนใหม่ขึ้นมาแทนที่ขนเก่าที่ร่วงลงไป

เมื่อสุนัขขนร่วง แล้วขนไม่ขึ้น จึงทำให้ผิวหนังเปลี่ยนสี จากสีชมพู กลายเป็นสีดำ และไม่นาน สุนัขจะเริ่มขนร่วง
จนหมดตัว เหลือแต่ขนที่หัว กับ ศีรษะเท่านั้น

สุนัขที่เริ่มขนร่วง จะมีขนร่วง ที่ก้น ขา หลัง หาง แล้วลามไปถึงลำตัว ขนที่ร่วงไป ก็ไม่มีขนใหม่ขึ้นมาทดแทน
จึงทำให้สีผิวเริ่มคล้ำลงทุกๆ วัน จนกลายเป็นสีดำ และสีดำสนิท บางตัวสีผิวของสุนัข มีสีดำเหมือนถ่าน และเป็น
มันเลี่ยน

อาหาร แชมพูที่น้องใช้อยู่ทุกวันนี้ แทนที่ใช้แล้ว จะสวยเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน กลับสวยน้อยลงทุกๆ วัน แถม ขนร่วง
ผิวดำอีกต่างหาก จึงไม่สามารถนำมาใช้ต่อไปได้แล้ว จะต้องใช้ตามสูตรของพี่อ๋อย เพราะพี่อ๋อยรักษามานาน
จนบัดนี้ พี่อ๋อยมีอายุ 64 ปีกว่าแล้ว

สุนัขทุกๆ ตัว เมื่อมารักษากับพี่อ๋อย จะได้รับคำแนะนำให้ทำหมัน ถึงแม้สุนัขจะไม่มีฮอร์โมน หรือสุนัขน้องเป็น
โรคไทรอยด์ต่ำ หรือเลี้ยงแบบตามใจเจ้าของ หรือเกิดจากพันธุกรรม เมื่อรักษากับพี่อ๋อย หาย สวย ขนอลังการ
ทุกๆ ตัว

ดังนั้น ถึงแม้สุนัขจะทำหมันมาแล้ว ก็ไม่ใช่ปัญหา หรืออุปสรรคในการรักษา เพราะการรักษาโรคผิวหนังดำ เป็นเรื่อง
ง่ายๆ เรื่องเล็กๆ จริงๆ ในการรักษา ดังพัฒนาการในการรักษา บำรุงขน ของสุนัขชื่อ "แคนดี้" เพศเมีย อายุ 3 ปี
5 เดือน ที่ได้รักษาตามสูตรของพี่อ๋อย จึงมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ



ภายหลังรักษากับพี่อ๋อยตามสูตร สุนัขอาบน้ำครั้งแรก ผิวหนังสีดำจะสะอาด สวย กลายเป็นผิวสีชมพู


เมื่อสุนัขได้อาบน้ำครั้งแรก เชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย ผิวดำที่เป็นน้อยๆ หรือเป็นมากๆ จะหายทันที  ถ้าเป็นแบบ
ผิวสีดำหนักๆ ดำมากๆ เหมือนถ่าน ผิวจะสวยขึ้น ผิวหนังแตกตัว สีผิวสะอาดขึ้น และอีก 2-3 วัน สุนัขที่บำรุง รักษา
ดูแลตามสูตรของพี่อ๋อย  จะมีขนใหม่ขึ้นมาแล้วทุกๆ ตัว



สุนัขรักษา บำรุง ตามสูตรของพี่อ๋อย จะเริ่มมีขนใหม่ขึ้นมา ภายหลังการรักษาเพียง 2-3 วัน


เมื่อรักษา บำรุง ตามสูตรของพี่อ๋อยแล้ว เจ้าของคอยดูพัฒนาการที่ดีขึ้นของสุนัขน้องในแต่ละวัน แล้วเจ้าของจะมี
ความสุขในการบำรุง รักษา เพราะเจ้าของรักษาด้วยฝีมือของเจ้าของเพียงคนเดียว ที่ทำให้สุนัขหายผิวดำ สวย และ
มีขนใหม่ขึ้นมา ซึีงการรักษาเป็นเรื่องง่ายๆ เหมือนกับการเลี้ยงสุนัขในชีวิตประจำวันที่เป็นปกติของทุกๆ คน ขอเพียง
แต่ใส่ใจ และปฏิบัติตามคำแนะนำของพี่อ๋อยเท่านั้น

สุนัขที่มารักษาโรคผิวหนังสีดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น จะต้องบำรุง รักษา ตามสูตร ตามกติกา สุนัขจึงจะหายผิวดำ และมี
ขนใหม่ขึ้นมา ภายในเวลา 2-3 วัน ด้วยการบำรุง ตามสูตร ของอาหาร วิตามินบำรุงร่างกาย วิตามินบำรุงขน ครีมทาผิวดำ

การบำรุง จึงเป็นเรื่องเล็กๆ ง่ายๆ เพราะแต่ละตัวที่มารักษาเป็นกันแบบหนักๆ ทุกๆ ตัว ยังรักษาหาย และสุนัขมีขนใหม่
ขึ้นมาฟูฟ่อง สวยงาม ภายในเวลาที่รวดเร็ว เพราะการรักษา บำรุง เหมือนกับการเลี้ยงสุนัขในชีวิตประจำวัน



สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาชัดเจนขึ้น



ขนใหม่ขึ้นมาหนาแน่นมากขึ้น



สุนัขมีพัฒนาการของขนที่ดีขึ้น



สุนัขมีขนหนาแน่น ฟูฟ่อง สวยงามทั้งตัวแล้ว


การที่สุนัขปราศจากโรคผิวดำ และมีขนใหม่ขึ้นมาสวยงาม เพราะพี่อ๋อยรักษาสุนัข ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตร และ
แพคเกจของพี่อ๋อย

พี่อ๋อยจึงนำผลิตภัณฑ์ที่พี่อ๋อย ค้นคิดเอง ด้วยตัวเอง มีชื่อเสียงด้วยตัวเอง มาให้น้องๆ ที่เลี้ยงสุนัขแล้วมีปัญหาผิวดำ
ขนร่วง ขนไม่ขึ้น เมื่อรักษาด้วยการอาบน้ำครั้งแรก สุนัขจะปราศจากผิวดำ ผิวสะอาดทันที และอีก 2-3 วันต่อมา
ภายหลังการบำรุง รักษา ตามสูตรของพี่อ๋อย สุนัขจะมีขนใหม่ขึ้นมาแล้ว ด้วยฝีมือของเจ้าของจริง



เจ้าของบำรุง ดูแลสุนัขด้วยฝีมือของเจ้าของ จึงทำให้สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาสวย ขนหนาแน่น และมีขน 2 ชั้น ตามมาตรฐานของปอม



สุนัขมีขนสวยแล้ว ถ้าเปรียบเทียบกับภาพ "ก่อนรักษา" ซึ่งมีผิวหนังดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น



ด้านหน้าของสุนัขชื่อ "แคนดี้" เพศเมีย อายุ 3 ปี 5 เดือน สุนัขมีใบหน้าสดใส ขนสลวยสวยงาม


ถ้าหากเลี้ยงสุนัขแบบตามใจเจ้าของ สุนัขจะมีปัญหา ขนน้อย ขนร่วง ขนไม่ขึ้น เพราะไม่ได้เลี้ยงสุนัขแบบถูกต้อง
และถูกวิธี ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ให้สุนัขกิน ใช้ อยู่ทุกๆ วันนี้ จะต้องกินหรือ ใช้แล้ว สุนัขจะต้องสวยมากขึ้นทุกๆ วัน มิใช่
ขนน้อย ขนร่วง ขนไม่ขึ้น ทำให้เจ้าของวิตกกังวล เพราะสุนัขของตัวเอง ไม่สวยเหมือนกับสุนัขปอม ที่ถูกต้องตาม
มาตรฐานสายพันธุ์

เมื่อเจ้าของได้รักษาสุนัขกับพี่อ๋อย ทำให้ผิวหนังดำสะอาด สวย และมีขนใหม่ขึ้นมา โดยมีพัฒนาการของขนดีขึ้นทุกๆ วัน
ทำให้เจ้าของยิ่งมีกำลังใจในการบำรุง ดูแล รักษา เพราะการรักษา ไม่มีใครรักษาสุนัขที่เป็นโรคผิวหนังดำให้หาย และมี
ขนใหม่ขึ้นมาได้ดีเท่ากับเจ้าของจริงๆ ด้วย
2  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความและผลงาน / สุนัขเป็นเชื้อรา ขนร่วง รถทับขา สุนัขกลับมาเป็นปกติ เมื่อรักษากับพี่อ๋อย เมื่อ: เมษายน 17, 2018, 11:06:10 AM
สุนัขมีเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย เกา คัน ขนร่วง ขนไม่ขึ้น และได้รับอุบัติเหตุรถทับขาจนเดินไม่ได้
ในวันนี้ สุนัขกลับมาเป็นปกติ เมื่อรักษา บำรุง ตามสูตรของพี่อ๋อย


สุนัขชื่อ "ฟรุ้งฟริ้ง" เพศเมีย อายุ 3 ปี มีปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง ที่มีเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรียทั้งหลังและคอ
อีกทั้งมีจุดสีน้ำตาล สีดำที่ลำคอของสุนัขอย่างมากมาย ทำให้สุนัขขนร่วง ขนไม่ขึ้น และสุนัขได้รับอุบัติเหตุ
ถูกรถทับขา ทำให้สุนัขเดินไม่ได้

เจ้าของได้รักษาปัญหาโรคผิวหนังมาหลายสถานที่แล้ว รวมทั้งอาการของขาที่ถูกรถทับ แต่ไม่หาย ไม่ดีขึ้น
จึงได้มารักษากับพี่อ๋อย โดยบำรุงสุนัขตามสูตรของพี่อ๋อย คือ ให้สุนัขกินอาหาร วิตามินบำรุงร่างกาย วิตามิน
บำรุงขน และอาบน้ำด้วยแชมพู ทาครีมกำจัดเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย จุดดำ โดยไม่ได้มียาอันตราย หรือยา
ปฏิชีวนะ ในการรักษา สุนัขเลย จึงทำให้สุนัขปลอดภัย และปราศจากปัญหาดังกล่าว อย่างรวดเร็ว และสุนัข
จะมีขนใหม่ขึ้นมาตามลำดับ

การรักษา บำรุง ตามสูตรของพี่อ๋อย เจ้าของเป็นผู้รักษา ดูแลสุนัขด้วยตัวเองที่บ้าน เหมือนกับการเลี้ยงสุนัข
ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าหากเจ้าของไม่รู้จักวิธีบำรุง รักษา จะทำให้สุนัขมีปัญหาเรื่องเชื้อราหนักมากขึ้น เพราะ
ถ้าหากสุนัขมีเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย เพียงตำแหน่งเดียว ที่มีผิวหนังเริ่มเป็นจุดๆ สีน้ำตาล พอวันรุ่งขึ้น จุดสี
น้ำตาลนี้ จะกลายเป็นสีดำ และเริ่มมีสปอร์ที่ผิวหนัง และจะลามอย่างรวดเร็ว ไปยังตำแหน่งต่างๆ ของผิวหนัง
และร่างกาย จะทำให้สุนัขเกา คัน ทรมาน และขนจะร่วงลงไปทุกๆ วัน จนหมดตัว แล้วขนไม่ขึ้น จะกลายเป็น
โรค Blac Skin ได้อย่างง่ายๆ

ดังนั้น การรักษาโรคผิวหนัง ที่เป็นเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย จุดดำ ผิวดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น จึงเป็นการรักษา บำรุง
อย่างง่ายๆ และเห็นผลรวดเร็ว ถึงแม้จะมีอาการเล็กน้อย อาการหนัก จนถึงอาการหนักๆ มากๆ ดังเช่นสุนัขตัวอื่นๆ
ก็สามารถรักษาให้หายได้ และกลับมาสวยได้ดังเดิม

ซึ่งสุนัขตัวนี้ นอกจากจะเป็นเชื้อราทีี่ผิวหนัง และขนร่วงแล้ว สุนัขยังได้รับอุบัติเหตุถูกรถทับขา ทำให้สุนัขเดิน
ไม่ได้เหมือนกับสุนัขตัวอื่นๆ ซึ่งสุนัขได้บำรุง รักษา ตามคำแนะนำของพี่อ๋อย ด้วยการกินวิตามิน จึงทำให้สุนัข
สามารถเดินได้ตามปกติ จนกระทั่งเจ้าของบอกว่า ณ วันนี้ ภายหลังรักษากับพี่อ๋อยแล้ว สุนัขหนีเที่ยวได้แล้ว
และเดิน วิ่งได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะได้ชื่นชมกับพัฒนาการของสุนัขชื่อ "ฟรุ้งฟริ้ง" เพศเมีย อายุ 3 ปี  ตามลำดับดังนี้



สุนัขชื่อ "ฟรุ้งฟริ้ง" เพศเมีย อายุ 3 ปี เป็นโรคผิวหนัง ที่มีเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย ทั้งตัว และเดินไม่ได้ ถ่ายภาพ ก่อนรักษา



สุนัขชื่อ "ฟรุ้งฟริ้ง" เพศเมีย อายุ 3 ปี ที่ลำคอ มีเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย เกา คัน ผิวหนังเป็นจุดดำๆ ทั้งคอและหน้าอก



สุนัขอาบน้ำครั้งแรก ตามสูตรของพี่อ๋อย ทำให้ผิวหนังที่เป็นเชื้อราที่คอ สะอาด ผิวหนังสวย ดีขึ้นทันที



เจ้าของได้รักษา บำรุงสุนัข ตามสูตรของพี่อ๋อย ทำให้สุนัขเริ่มมีขนใหม่ขึ้นมาทั้งหลังแล้ว



สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมา จะเห็นสีขนเป็นสีส้มสด สวยงาม และภายหลังการบำรุงด้วยวิตามิน ทำให้สุนัขยืนได้



ขนใหม่ของสุนัข มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ และสุนัขเดินได้แล้ว ภายหลังจากที่บำรุงด้วยวิตามินตามสูตรของพี่อ๋อย



สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมา หนาแน่น สวยงามขึ้น



ขนใหม่ที่ขึ้นมานั้น สีขนสะอาด สวย และเป็นประกายงดงาม



ภายหลังการบำรุงตามสูตรของพี่อ๋อย สุนัขดีขึ้น เจ้าของอยากให้สวยประมาณไหน ก็บำรุงตามใจชอบต่อไป



สุนัขมีขนหนาแน่น สวยงาม ทั้งตัวแล้ว และปราศจากปัญหาโรคผิวหนัง


เมื่อสุนัขได้รักษา บำรุง ตามสูตรของพี่อ๋อย ทำให้สุนัขปราศจากเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย เกา คัน ขนร่วง
ขนไม่ขึ้น อีกทั้งการที่สุนัขถูกรถทับขา ทำให้เจ้าของหมดความหวังที่จะรักษาสุนัขแล้ว แต่เมื่อเจ้าของได้
รับคำแนะนำในการรักษา บำรุง จากพี่อ๋อย จึงทำให้สุนัขกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีขนใหม่ที่สวยงาม
และในวันนี้ เมื่อสุนัขหายจากโรคผิวหนังแล้ว สุนัขจะไม่กลับไปเป็นโรคผิวหนัง ดังเช่น เชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย
อีกเลย เพราะเจ้าของเข็ดขยาดกับปัญหาดังกล่าว และจะเลี้ยงสุนัขตามที่พี่อ๋อยได้แนะนำ จึงจะทำให้สุนัข
มีผิวหนังและขน ที่สวยงามตลอดไป

น้องๆ ที่เลี้ยงสุนัขแล้วมีปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง เช่น เชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย เกา คัน ซึ่งเจ้าของมองว่า ปัญหา
ของสุนัขตัวเองนั้น เป็นปัญหาเครียด กลุ้มใจมานานแล้ว เพราะรักษาไม่หาย ไม่ดีขึ้น และสุนัขก็ไม่มีขนใหม่ขึ้นมา
จึงเป็นปัญหาที่เล็กๆ จริงๆ เมื่อเปรียบเทียบกับปัญหาของสุนัขตัวอื่นๆ ที่พี่อ๋อย ได้รักษามาแล้ว และน้องๆ มักจะ
เข้าใจผิดว่า ปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง รักษาไม่หาย หรือรักษาไม่หายขาด จึงไม่เป็นความจริง และน้องๆ ควรจะเข้าใจ
เสียใหม่ว่า โรคผิวหนังที่สุนัขน้องมีอาการอยู่นั้น หรือได้ลุกลามจนกลายเป็นผิวดำแล้วนั้น เป็นเรื่องของการรักษา
อย่างง่ายๆ เพราะเจ้าของทุกๆ คน เป็นผู้รักษาสุนัขของตนเอง ด้วยฝีมือของเจ้าของเองทั้งสิ้น แล้วจะรักษาไม่หาย
ได้อย่างไร ซึ่งเจ้าของทุกๆ คน จะรักษา บำรุงสุนัขด้วยตัวเอง ตามสูตรของพี่อ๋อย จึงทำให้สุนัขปราศจากโรคผิวหนัง
หาย และสวย ในที่สุดจริงๆ

ซึ่งสุนัขที่พี่อ๋อย ได้รักษามามากมายแล้วนั้น อาการหนักๆ มาแล้วทั้งนั้น แต่เจ้าของส่วนใหญ่ ไม่รู้วิธีรักษาว่า จะรักษา
บำรุงอย่างไร สุนัขจึงจะหายขาด และมีขนใหม่ขึ้นมาสวยงาม อลังการ

ดังนั้น เจ้าของจึงควรเลิกคิดได้แล้วว่า โรคผิวหนัง เชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย ผิวดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น เป็นโรคที่รักษาแล้ว
ไม่หาย ไม่ดีขึ้น แต่โรคดังกล่าวนี้ เจ้าของสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวของเจ้าของ หรือคนในครอบครัวจริงๆ ค่ะ
3  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความและผลงาน / โรคผิวดำ เจ้าของรักษากับพี่อ๋อย หายผิวดำ และมีขนใหม่ขึ้นมาภายใน 3 วัน เมื่อ: เมษายน 01, 2018, 07:49:48 AM
โรคผิวดำ เจ้าของรักษากับพี่อ๋อย หายผิวดำ และมีขนใหม่ขึ้นมาภายใน 3 วัน

โรคผิวดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น หรือโรค Black Skin เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนในตัวสุนัข
ประกอบกับการเลี้ยง การดูแล แบบตามใจเจ้าของ จึงทำให้สุนัขเกิดปัญหาขนร่วง ขนไม่ขึ้น และกลายเป็น
โรคผิวดำตามมา จากที่ผิวดำเพียงเล็กน้อย ถ้าหากไม่รักษา บำรุง เพื่อให้สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาดังเดิมแล้ว
ก็จะทำให้สุนัขมีขนร่วงลงไปทุกๆ วัน ในที่สุดขนร่วงจนหมดตัว เหลือเพียงแต่ขนที่หัวกับขาเท่านั้น และ
ผิวดำ ก็จะกลายเป็นผิวดำมากขึ้นทุกๆ วัน แล้วเจ้าของทุกๆ คน จะรำพึงรำพันว่า รักษามาหลายสถานที่แล้ว
รักษาไม่หาย

ซึ่งโรคผิวดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้นนั้น เจ้าของต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ และเลิกเข้าใจผิด และเข้าใจให้ถูกต้อง
ไม่จริงดังที่เจ้าของคิดดังนัั้น แต่เป็นโรคที่รักษาให้หายผิวดำ และทำให้สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาได้ง่ายๆ ถ้าหาก
เจ้าของรู้จักวิธีรักษา บำรุง เพราะเมื่อสุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาแล้ว ขนใหม่ของสุนัขนั้น จะมีสีสวยงาม สดใส
เป็นประกาย ยามต้องแสงแดด บ่งบอกถึงคุณภาพที่ดีของเส้นขน และคุณภาพชีวิตที่ดีของสุนัขด้วย

สุนัขตัวนี้ ชื่อ ซูชิ เพศผู้ อายุ 4 ปี เริ่มมีปัญหาด้วยโรคผิวดำ (Black skin) ขนร่วง ขนไม่ขึ้น เจ้าของจึง
รีบดำเนินการรักษา ตั้งแต่ได้เห็นสุนัขเริ่มมีอาการขนร่วง และมีความผิดปกติ คือ ขนไม่ขึ้น มีแต่จะร่วงลงไป
ทุกๆ วัน เพราะผิวหนังของสุนัขมีเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย เกา คัน จึงทำให้สุนัขมีชีวิตไม่เป็นสุข



สุนัขชื่อ ซูชิ เพศผู้ อายุ 4 ปี เริ่มเป็นโรคผิวดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น ถ่ายภาพก่อนรักษา



ภายหลังรักษากับพี่อ๋อย ซึ่งสุนัขอาบน้ำครั้งแรก ผิวสะอาด ปราศจากผิวดำ และมีขนใหม่ขึ้นมาภายในเวลา 3 วัน



สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาเห็นชัดเจนขึ้น



กลางหลังและบั้นท้ายของสุนัข มีขนใหม่ขึ้นมาเป็นสีส้มสด



สุนัขมีพัฒนาการของขนดีขึ้นตามลำดับ เมื่อบำรุง รักษา ตามสูตรของพี่อ๋อย



ขนใหม่ของสุนัข ที่ได้รับการบำรุงตามสูตรของพี่อ๋อย ซึ่งขนจะขึ้นมาตรงไหน ก็ให้ขึ้นไป เพราะฮอร์โมนของสุนัข มาตรงนั้น



สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาหนาแน่น สวยขึ้น แต่บางตำแหน่ง ขนยังขึ้นมาไม่เต็มที่ จึงต้องบำรุงต่อไป



ภายหลังบำรุงตามปกติ ขนตรงไหนที่ยังขึ้นมาไม่เต็มที่ ขนก็จะขึ้นมาหนาแน่น ฟูฟ่อง สวยงาม



สุนัขอาบน้ำ ไดร์ขนยังไม่เสร็จ เจ้าของถ่ายภาพมาให้พี่อ๋อย ได้ชื่นชม



สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมา เป็นขนที่ถูกต้องตามมาตรฐานของปอม คือ มีขน 2 ชั้น หนาแน่น ฟูฟ่อง สวยงาม ภายในเวลาที่รวดเร็ว


ดังนั้น การบำรุง รักษา โรค Black Skin ผิวดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น เกิดจากฝีมือของเจ้าของทุกๆ คน
ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากในการบำรุง รักษา เพราะเจ้าของบำรุงขนให้สุนัขด้วยตัวเอง จึงทำให้สุนัข มีขนใหม่
ขึ้นมาสวยงาม และขนจะสวยมากกว่า ตอนที่สุนัขยังปกติอยู่เสียด้วยซ้ำ

เจ้าของแต่ละคน มีความประสงค์ จะให้สุนัขของตนเอง สวย ขนหนาแน่น ฟูฟ่อง ประมาณไหน ก็บำรุงได้
ตามใจชอบ และที่สำคัญ เจ้าของทุกๆ คนเมื่อรักษาสุนัขตามสูตรของพี่อ๋อยแล้ว เจ้าของจะเลิกเลี้ยงสุนัข
แบบตามใจเจ้าของ และตั้งใจที่จะเลี้ยงสุนัขอย่างถูกต้องและถูกวิธี ตามที่พี่อ๋อยสอน จึงทำให้สุนัขมีคุณภาพ
ชีวิตทีี่ดีขึ้น มีอายุยืนยาว และไม่เคยเจ็บป่วยเลย ถ้าหากเจ้าของได้นำสุนัขไปฉีดวัคซีนครบตามโปรแกรม
ประจำปี

พี่อ๋อยจึงขอแสดงความยินดี กับเจ้าของ และสุนัขชื่อ ซูชิ ซึ่งในวันนี้ สุนัขจะมีขนที่สวยมากขึ้นทุกๆ วัน และ
สุนัขจะเป็นที่ชื่นชมของทุกๆ คน ที่ได้พบเห็น และสร้างความปลาบปลื้มยินดีแก่เจ้าของจริงๆ ค่ะ
4  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / สุนัขตะกละ เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 05:05:49 PM
คำถามของน้อง PongNaJa

ผมเลี้ยงปอมมาแล้ว 2 ตัว ตะกละทั้งคู่เลยครับ แบบมีชีวิตอยู่เพื่อกิน แค่ได้กลิ่นอาหารก็จะตาลีตาเหลือกวิ่งหาให้วุ่น
แล้วงับอากาศไปด้วยเหมือนจะบ้าคลั่ง

ผมให้อาหารใส่ในถ้วย แล้วผมฝึกด้วย ให้เค้านั่งแล้วคอย จนกว่าจะให้กิน แล้วระหว่างกินก็ให้คอยอีกทีนึงแล้วก็ให้กิน
เพื่อหวังว่า จะให้เค้านั่งคอยสงบสติอารมณ์

จะได้ใจเย็นลง แต่กลับกลายเป็นเหมือนไปทำให้เค้าเพิ่มความอัดอั้นไปอีก คือนั่งคอยจริงแต่จะนั่งตัวสั่นเลยครับ
แล้วพอดันถ้วยอาหารให้ ยังไม่ทันจะดัน ก็พุ่งใส่เลยครับ

อาหารก็ไม่เคี้ยวเลย สาม สี่เม็ด กลืนทีเดียว ตอนแรกให้เม็ดเล็กเลยเปลี่ยนมาให้เม็ดใหญ่ เพื่อหวังจะให้เคี้ยว
แต่เอาเข้าปากทีละหลายเม็ด กัดทีสองทีแล้วก็กลืนเหมือนเดิมครับ

พอกินไปสักพักจะถอยออกมานั่งเหมือนจะไอ เพราะกินเร็วเกินไป เหมือนจุกและหายใจไม่ทัน เวลาป้อนอาหาร
จากมือ ก็จะพุ่งเข้าฉก จนกัดมือเราตลอด เวลาปล่อยออกมาจากในคอก ก็จะวิ่งดมพื้นหาอาหารอย่างเดียว

ไม่สนใจใครเลยครับ ถ้าไม่ดุจนเค้าต้องหันมา จริงๆ ที่ปล่อยออกมาคือ อยากให้มาหา มาเล่นกับเราบ้าง มาให้ลูบ
มาเลีย สร้างความสัมพันธ์ แต่ไม่เลยครับ ไม่สนอะไรเลยนอกจากของกิน

ผมก็ให้อาหารตลอดทุกมื้อ นอนดึกแค่ไหนตอนเช้าก็ต้องตื่นมาให้ ให้ในปริมาณที่ไม่น้อย แต่ก็ไม่เยอะจุงพุงป่องและตึง
ไม่เคยอดอยาก (แต่เวลากินเหมือนอดอยากมาจากไหน)

ผมไม่รู้ว่า จะทำยังไงให้ปอมของผมสงบ ไม่คิดแต่จะกิน และกินอย่างเรียบร้อย เค้าเป็นตัวเมีย จึงอยากฝึกให้เค้ามี
ระเบียบและเรียบร้อยหน่อยอ่ะครับ เวลาที่เค้าทำพฤติกรรมแบบที่ผมได้บอกไป

มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดมากเลยครับ ผมเกลียดมากๆ เลยนิสัยแบบนี้ จะทำอย่างไรดีครับ หรือเป็นเพราะว่า ยังเด็กอยู่
ถ้าโตขึ้นก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง ตอนนี้ 2 เดือนกว่าๆ (ตัวใหม่) ตัวเก่าประมาณ 5 เดือน ก็ยังตะกละไม่เลิก

คำตอบ


สุนัขในแต่ละบ้านที่มีปัญหาในเรื่องของการกินอาหาร สุนัขบางบ้านไม่อยากกินอาหารเม็ด แต่ในขณะที่สุนัขบางบ้าน
มีนิสัยตะกละในเรื่องของการกิน ด้วยนิสัยที่มีความตื่นตัวในการกินมากเป็นพิเศษ จึงทำให้สุนัขทั้ง 2 ประเภทนี้
มีความแตกต่างกัน การแก้ไขสุนัขที่ไม่อยากกินอาหารจึงเป็นเรื่องง่าย แต่ในขณะที่การแก้ไขนิสัยของสุนัขที่ตะกละ
จึงเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าของสุนัข แต่ต้องอาศัยความเพียรพยายามในการฝึก และการเข้าใจนิสัยสุนัขของตัวเอง

การฝึกฝนสุนัขที่มีความตะกละ จึงควรฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้มาก
การแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์จะต้องกลับไปใช้ บทฝึกหัดสุนัขขั้นพื้นฐาน ร่วมกับการพัฒนาวิธีการหรือเทคนิค
ที่จะให้สุนัขตอบสนองต่อคำสั่งด้วย ความเต็มใจ

สาเหตุที่สุนัขตะกละ

- เจ้าของสุนัขชอบเลี้ยงสุนัขแบบตามใจเจ้าของ และไม่มีโอกาสฝึกสอนสุนัข เช่น เจ้าของสุนัขกินอาหาร ขนม หรือ
อื่นๆ มักจะชอบป้อนอาหารให้แก่สุนัข

- สุนัขได้รับการฝึกนิสัยจนเคยชิน ในการนั่งรอ เพื่อขออาหาร จากเจ้าของ ในขณะที่เจ้าของกินอาหาร

- สุนัขหิวจัดจนเกินไป เมื่อถึงเวลาอาหารแล้ว ไม่ได้กินอาหารตามเวลา ซึ่งเจ้าของสุนัขเป็นผู้สร้างนิสัยให้แก่สุนัข

- สุนัขคิดว่า ถ้าหากรีบกินเร็วๆ อาหารในชามหมดเร็ว เจ้าของสุนัขจะต้องเติมอาหารเพิ่มอีก

- ลูกสุนัขที่ได้รับการฝึกมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากผู้ขายสุนัขบางคน มักจะสอนให้เลี้ยงสุนัข โดยให้ลูกสุนัขอายุ
1 - 2 เดือน กินอาหารเพียงวันละ 1 - 2 มื้อ หรือให้อาหารแบบนับเม็ดแก่ลูกสุนัข ซึ่งไม่เพียงพอต่อวัยและ
การเจริญเติบโตของลูกสุนัข ในขณะที่ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย กินอาหาร 4 มื้อ คือ เช้า กลางวัน เย็น และนอน
โดยให้กินจนอิ่ม ลูกสุนัขบางตัวกินอาหารอิ่มแล้ว หลับอยู่กับชามอาหารก็มี เมื่อลูกสุนัขได้กินอาหารจนอิ่ม กินตาม
เวลาแล้ว จะทำให้สุนัขไม่มีนิสัยตะกละ จนกระทั่งเติบโตจึงให้อาหารตามวัย และลดเวลา ปริมาณในการให้อาหารลง
แต่ปริมาณการให้อาหารจะต้องขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว และพัฒนาการของลูกสุนัขในแต่ละตัวที่แตกต่างกันด้วย

ดังนั้น เมื่อลูกสุนัขที่ได้รับการฝึกให้กินอาหารน้อยแบบนับเม็ด และกินอาหารเพียง 1 - 2 มื้อ มาตั้งแต่เด็ก ทำให้
สุนัขได้รับอาหารไม่เพียงพอต่อความเจริญเติบโตของร่างกาย จึงทำให้หิวอาหารเป็นอย่างมาก เพราะถูกฝึกให้
อดอาหาร ประกอบกับเจ้าของสุนัขให้อาหารไม่ตรงเวลา อาจจะช้ากว่าเวลาที่เคยให้ และเป็นเช่นนี้อยู่เป็นประจำ
จึงเป็นการฝึกนิสัยให้สุนัขตะกละ

- สุนัขชอบกิน และกินได้ตลอดเวลา

- สุนัขเกิดความระแวง และมีความกังวล เกรงว่าสุนัขตัวอื่นจะมาแย่งอาหารในชามของตน



พี่เลี้ยงสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย ชื่อ "งามตา" จัดเตรียมอาหารเม็ดสำหรับสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย


- อาหารเม็ดที่มีขนาดของเม็ดอาหารเล็กมาก จนทำให้สุนัขกลืนลงคอได้อย่างง่ายๆ ทำให้สุนัขไม่จำเป็นต้อง
ขบเคี้ยว จึงทำให้สุนัขกลืนอาหารเม็ดได้อย่างรวดเร็ว



พี่เลี้ยงสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย ชื่อ "งามตา" กำลังวางชามอาหารให้แก่สุนัขในบ้าน


- ลักษณะของช่องปากสุนัข ธรรมชาติสร้างมาเพื่อกัด แทะ ขบ และเคี้ยว ถ้าหากอาหารมีขนาดเม็ดเล็กมากๆ จึงเป็น
การยากที่สุนัขจะควบคุมให้อาหารอยู่ในช่องปากได้นานๆ ทำให้สุนัขกลืนอาหารได้อย่างง่ายดาย เพราะอาหารลื่นไหล
ลงคอได้ โดยไม่ต้องเคี้ยว

วิธีการฝึกสุนัข เมื่อสุนัขตะกละ

- ถ้าหากเจ้าของสุนัขให้อาหารในชามอาหาร ควรฝึกให้สุนัขนั่งคอยนิ่งๆ อย่างสงบก่อนจะกินอาหารทุกครั้ง หลังจาก
ที่สุนัขนิ่งแล้ว ให้วางชามอาหารตรงหน้าของสุนัข เป็นธรรมชาติที่สุนัขจะต้องรีบเข้ามาหาชามอาหารทันที แต่เจ้าของ
ต้องแสดงให้สุนัขได้รับรู้ว่า ยังไม่อนุญาตให้เค้ากิน ด้วยการส่งเสียงดังๆ สั้นๆ “หยุด” และผลักตัวของเค้าให้ออกไป
จากชามอาหาร และสั่งให้สุนัข “หมอบ” ด้วยการกดตัวเค้าลงนอนหรือให้นั่งรอสักพัก เมื่อเจ้าของเห็นว่า  สุนัขสงบ
นิ่งแล้ว ก็อนุญาตให้สุนัขเริ่มกินได้ เมื่อสุนัขกินอาหารไปได้สักพัก ให้ผลักตัวเค้าให้ห่างออกจากชามอาหาร เมื่อสุนัข
หมอบหรือนั่งรอสักพัก ก็อนุญาตให้เค้ากินต่อ ฝึกบ่อยๆ  จนกว่าสุนัขจะเข้าใจว่า ห้ามเข้าใกล้ชามอาหารเด็ดขาด
ถ้าเจ้าของไม่อนุญาต การฝึกบ่อยๆ จะทำให้สุนัขเกิดการเรียนรู้ว่า จะกินอาหารต้องฟังคำสั่งก่อน



การฝึกให้สุนัข "รอ" ด้วยการใช้คำสั่ง จะทำให้สุนัขนนั่งเรียงลำดับอย่างเรียบร้อย


- ถ้าหากในบ้านเลี้ยงสุนัขให้อยู่รวมกันหลายๆ ตัว ควรฝึกสุนัขด้วยการให้สุนัขนั่งเรียงประจำที่ให้เหมือนเดิมทุกๆ วัน
และนำจานอาหารมาวางไว้ตรงหน้าของสุนัข และสั่งให้สุนัขนั่งรอ จนกว่าเจ้าของจะอนุญาตให้กิน หรือจนกว่าเจ้าของ
สุนัขจะเลื่อนจานอาหารมาวางอยู่ตรงหน้าของสุนัข แต่ยกเว้นสุนัขที่ตะกละ ยังไม่ให้กิน เป็นการทำโทษ และฝึกให้
“รอ” แต่ให้นั่งดูสุนัขตัวอื่นๆ กินก่อน จนกว่าเจ้าของเห็นว่า ได้เวลาสมควรแล้ว จึงจะเลื่อนจานอาหารมาให้สุนัขที่
ตะกละได้กิน

- วิธีฝึกอีกวิธีหนึ่งคือ ให้นำอาหารหรือขนมใส่ไว้ในมือ จากนั้นถือเอาไว้ที่ระดับอก พร้อมทั้งสั่งให้สุนัข นั่ง หรือยืน
อยู่นิ่งๆ แล้วยื่นอาหารในมือให้สุนัขดม ถ้าหากสุนัขยังมีอาการกระโดด กระโจน หรือพยายามอ้าปากงับมือของ
เจ้าของ ก็ให้เจ้าของขยับมือที่กำอาหารเอาไว้กลับมาอยู่ที่ระดับอกเหมือนเดิม พร้อมออกคำสั่งให้ นั่งซ้ำ และ
ปฏิบัติตามขั้นตอนเดิม จนกว่าสุนัขจะยอมหยุดอยู่นิ่งๆ  แล้วนับในใจประมาณ 1 – 10 ครั้ง ถ้าหากสุนัขยังคง
นั่งก้นติดพื้น รอคอยอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ก็ให้เจ้าของค่อยๆ แบมือที่ถืออาหารหรือขนมนั้นออกทีละน้อยๆ ถ้าสุนัข
ใช้จมูกดัน หรือใช้ลิ้นเลียที่มือของเจ้าของ ก็ให้เจ้าของแบมือออกทีละน้อย และให้สุนัขกินอาหารนั้นได้ แต่ถ้าหาก
สุนัขยังแสดงกิริยาตะกละอยู่ ให้เจ้าของสุนัขกลับไปทำตามขั้นตอนเดิม จนกว่าสุนัขจะสงบ และมีมารยาทที่ดีกว่านี้
นอกจากนี้ อาจจะใช้เสียงร่วมด้วย ก็จะช่วยให้การฝึกสุนัขเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยให้ใช้เสียงที่เข้มแข็ง เด็ดขาด
เช่น “หยุด” หรือ “ไม่” พร้อมกับสีหน้าที่จริงจัง

- เจ้าของสุนัขควรฝึกให้สุนัขกินอาหารให้เป็นเวลา ให้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป และควรให้
อาหารในเวลาเดียวกันทุกๆ วัน

- แบ่งอาหารเป็นหลายมื้อ แต่ละมื้อปริมาณไม่มาก จะทำให้สุนัขไม่หิวจัดจนเกินไป

- ควรงดเว้นการวิ่งเล่น หรือ ออกกำลังกายอย่างหนัก ก่อนและหลังอาหารประมาณหนึ่งชั่วโมง

-หลังกินอาหารแล้ว ไม่ควรให้สุนัขกินน้ำมากๆ ในทีเดียว อาจจำกัดปริมาณน้ำที่ให้ หลังมื้ออาหาร ให้น้อยๆ หรือ
งดน้ำหลังมื้ออาหารประมาณ 1 ชั่วโมง

- ให้กินอาหารเม็ดในสูตรที่สุนัขไม่ชอบ เพราะจะทำให้สุนัขกินอาหารช้าลง

- หากให้เป็นอาหารเม็ดแบบแห้ง ก็ให้ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย เพื่อจะได้ไม่กลืนทันที

- ใส่อาหารลงในชามที่มีปากแคบ หรือชามขนาดเล็กที่จะทำให้สุนัขทานได้ทีละนิด



ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย อายุ 2 เดือน กำลังกินอาหารเม็ดผสมกับวิตามิน ในชามเดียวกัน


- ให้อาหารที่ทำให้สุนัขได้กัดและฉีกบ้าง เพื่อจะได้ใช้เวลาก่อนที่จะกลืน

- สุนัขชอบกินอาหารทุกๆ อย่าง กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม ต้องใช้วิธีจำกัดอาหารในแต่ละมื้อ

- ควรฝึกให้สุนัขกินอาหารเม็ด จะทำให้สุนัขลดพฤติกรรมตะกละลง เพราะในอาหารเม็ด กลิ่นหรือรสจะไม่เร้าใจ
สุนัข เหมือนอาหารสด จะทำให้สุนัขลดพฤติกรรมในการกินเร็ว หรือตะกละลง ซึ่งการกินอาหารสดนั้น ทำให้
สุนัขอ้วน และเป็นการช่วยทำให้สุนัขมีปัญหาเรื่องสุขภาพในภายหลัง แตกต่างจากสุนัขที่กินอาหารเม็ด เพราะ
ในอาหารเม็ดจะมีคุณค่าทางโภชนาการครบหลัก 5 หมู่ ทำให้สุนัขมีสุขภาพที่ดีและสวยงามตามโครงสร้างของ
มาตรฐานพันธุ์

- งดการวิ่งเล่น หรือ ออกกำลังกายอย่างหนัก ก่อนและหลังมื้ออาหารประมาณหนึ่งชั่วโมง



ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย อายุ 2 เดือน กำลังกินอาหารเม็ดผสมกับวิตามิน ด้วยความเอร็ดอร่อย


- ถ้าหากเจ้าของสุนัขมีความประสงค์ที่จะให้สุนัขกินอาหารช้าลง ควรจะเปลี่ยนอาหารเพื่อให้สุนัขได้กัด ขบ เคี้ยว
รวมทั้งการใส่วิตามินผสมลงไปในอาหารเม็ด จะทำให้สุนัขมีเวลาในการพิจารณาอาหาร และใช้เวลาในการกิน
อาหารช้าลงจากเดิมได้



สุนัขในบ้านของพี่อ๋อย กำลังขบเคี้ยวอาหารเม็ด


ซึ่งสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยและสุนัขของน้องๆ คนอื่นๆ จะขบเคี้ยวอาหารเม็ดในสูตรของพี่อ๋อยอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งจะ
ทำให้สุนัขต้องเคี้ยว เคี้ยว และก็เคี้ยว เพราะเป็นสูตรที่มีขนาดปานกลาง จะทำให้สุนัขไม่กินอาหารเร็วๆ เท่ากับ
สูตรเม็ดเล็ก



พี่เลี้ยงสุนัขชื่อ "งามตา" วางจานอาหารให้แก่สุนัขได้กินในแต่ละมื้อ สุนัขจะกินอาหารทันที แต่ค่อยๆ กิน ไม่กินแบบรีบร้อน


ซึ่งสุนัขจะขบเคี้ยวอาหารเม็ดเสียงดัง อย่างชนิดที่เจ้าของสุนัขได้ยินแล้ว มีความสุขในการกินอาหารของสุนัข เพื่อ
ความสมบูรณ์และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมทั้งอาหารเม็ดยังช่วยขจัดคราบหินปูนได้เป็นอย่างดี และ
ทำให้ฟันของสุนัขสะอาดสวยงามอีกด้วย



สุนัขในบ้านของพี่อ๋อยชื่อ "THAILAND CHAMPION OIL'S BROWN SUGAR" เพศผู้ อายุ 8 ปี กินอาหารเม็ดจนหมดชาม


เมื่อใดที่สุนัขมีกิริยาที่ดีขึ้นแล้ว ไม่ตะกละเหมือนเดิมแล้ว อย่าลืมคำชมที่จะต้องมอบให้แก่สุนัข ด้วยการตบหลังเบาๆ
หรือลูบศีรษะของสุนัข เพื่อให้สุนัขได้รับทราบว่า เค้าทำดี ทำถูกต้อง ด้วยคำชมที่สั้นๆ เช่น “ดี” หรือ “ดีมาก”



ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย เพศเมีย อายุ 3 เดือน


ดังนั้น นิสัยหรือการแก้ไขพฤติกรรมของสุนัข จะต้องปฏิบัติ กระทำ แบบทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆ ซึ่งสุนัขพันธุ์ปอมฯ เป็นสุนัข
ที่ฉลาด จะสามารถเรียนรู้ได้ในเวลาไม่นาน ถ้าหากเจ้าของสุนัขให้ความเอาใจใส่ ดูแล และสอนในสิ่งที่เจ้าของมีความ
ประสงค์ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงนิสัย และพฤติกรรมที่ไม่ดีของสุนัข ให้เป็นสุนัขที่มีมารยาทนิสัยที่ถูกต้องต่อไป
5  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / น้องปอมอายุ 4 เดือน ไม่ยอมทานอาหาร เป็นเชื้อรา และเริ่มผลัดขน เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 01:06:21 PM
คำถามของน้อง sophia

น้องปอมอายุ 4 เดือน ไม่ยอมทานอาหาร เป็นเชื้อรา และเริ่มผลัดขน อยากขอคำแนะนำค่ะ

คำตอบ

คุณภาพของขนสุนัขพันธุ์ปอมฯ เป็นเรื่องของความสวยงาม ความถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์ สุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่มีปัญหาในเรื่อง
ของขน ผิวหนังอักเสบ เป็นแผล มักจะทำให้เจ้าของสุนัขเสียความรู้สึกที่ดีๆ ต่อสุนัข ทั้งๆ ที่ได้พยายามแก้ปัญหา หาทางรักษา
และบำรุงดูแล เพื่อฟื้นฟูสภาพของผิวหนังและขนของสุนัขมาตลอดเวลา แต่สุนัขก็ยังไม่มีพัฒนาการในเรื่องของขนและผิวหนังใน
สภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปัญหาดังกล่าว เป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับพี่อ๋อย มิใช่ปัญหาหนักอก หนักใจ หรือเครียดต่อไปแล้วค่ะ ถ้าหาก
รู้จักวิธีรักษา วิธีบำรุงอย่างถูกต้อง จะทำให้สุนัขปราศจากผิวหนังอักเสบ เป็นแผลเรื้อรัง และจะมีขนใหม่ขึ้นมาได้ในเวลาไม่นานค่ะ
ดังเช่นน้องๆ ผู้รักสุนัขพันธุ์ปอมฯ ได้มารักษากับพี่อ๋อยเป็นจำนวนมากมายในแต่ละวัน

การรักษาและบำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อย จึงควรให้การบำรุงและรักษาที่ระบบภายในร่างกายของสุนัข เพราะพี่อ๋อยจะรักษาสุนัขมาจาก
"ต้นเหตุ" มิใช่รักษามาจาก "ปลายเหตุ" ซึ่งจะส่งผลให้ผิวหนังปราศจากผิวหนังอักเสบ เป็นเชื้อรา และปราศจากอาการเม็ด ตุ่ม ผื่น
คัน ซึ่งสุนัขที่มีปัญหาดังกล่าว จะสามารถรักษาผิวหนังอักเสบ ให้หายได้ภายในเวลา 1 วัน หลังจากที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาและ
บำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อย และที่สำคัญสุนัขจะไม่มีปัญหาดังกล่าว หรือมีอาการเป็นๆ หายๆ อีกต่อไป เพราะรักษามาจากระบบภายใน
และขจัดปัญหาที่ฝังลึกอยู่ในผิวหนังชั้นในสุดของสุนัข

โรคผิวหนังของสุนัขเกิดจาก

- โรคผิวหนังที่เกิดจากปรสิต ซึ่งอาศัยอยู่ในเซลของผู้อื่น เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหาร ในการอยู่รอด และจะทำลายเซลให้เกิดความ
บกพร่อง การเจ็บป่วย สูญเสีย แบ่งออกเป็น

   - ปรสิตที่มองเห็นด้วยตาเปล่า คือ เห็บ หมัด เพราะในน้ำลายของหมัดมีสารที่ก่อให้สุนัขเกิดการแพ้ จะทำให้สุนัขมีอาการคัน
และขนร่วง

   - ปรสิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า คือ ไรที่อาศัยอยู่ในรูขุมขนหรือบนชั้นผิวหนังของสุนัข สุนัขมีเชื้อไร DEMODEX ไรขี้เรื้อนแห้ง
หรือไรที่อาศัยอยู่ในช่องหูของสุนัข ในปริมาณที่มาก จะทำให้เกิดปัญหาแก่ผิวหนัง เพราะเชื้อไรนี้ จะคอยกัดกินสารอาหารและทำลาย
โครงสร้างของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ต่อมไขมันอักเสบ และเกิดการลุกลาม ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังต่างๆ เช่น เป็นเม็ด เป็นตุ่ม
ผิวหนังอักเสบ ผื่นแดง ขนร่วง เมื่อกำจัดเชื้อเหล่านี้หมดไป จะทำให้ผิวหนังสะอาด ขนใหม่จะขึ้นมา สำหรับการตรวจวินิจฉัย โดยการ
ขูดผิวหนังในบริเวณที่เป็น และนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์

อาการโดยทั่วไปของสุนัข



สุนัขชื่อ "ตังค์ ตังค์" เพศผู้ อายุ 4 เดือน เป็นเชื้อรา ปรสิต แบคทีเรีย เกา คัน ผิวหนังอักเสบ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น ถ่ายภาพก่อนรักษา


- คัน เป็นผื่น ผิวหนังแดง เมื่อรักษาหายจากจุดนี้แล้ว จะย้ายที่ไปเป็นในตำแหน่งอื่นๆ ของร่างกายจนทั่วตัว ทำให้รักษาไม่หายขาด
หรือ เมื่อปราศจากแผลอักเสบและอาการคันแล้ว สุนัขยังมีอาการเกาอยู่ตลอดเวลา เพราะสุนัขยังมีเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ฝังลึกอยู่ที่
ชั้นในสุดของผิวหนังสุนัข

- สุนัขเกาจนทำให้เกิดแผลอักเสบ และทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ซึ่งมักจะเกิดหลังจากที่มีการเกา หรือกัดแทะผิวหนัง
อย่างรุนแรง ทำให้มีการลอกหรือฉีกขาดของผิวหนัง

- เมื่อสุนัขมีอาการคันที่ผิวหนัง จะทำให้มีขี้รังแค สะเก็ดเล็ก สะเก็ดน้อยร่วมด้วย

- ขนที่ร่วงหลุดไป แต่ขนใหม่ไม่ขึ้น หรือขึ้นช้ากว่าปกติ

- สุนัขมีสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายที่ไม่ดี

- สุนัขขาดบุคลิกภาพที่ดี เพราะสุนัขจะเกาผิวหนังที่คันอยู่ตลอดเวลา หรือเป็นประจำ

สุนัขที่มีเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ทำให้สุนัขมีอาการคัน ขนร่วง และมีแผลอักเสบ จึงทำให้ผิวหนังเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ต่อมาจะมี
ลักษณะขนร่วงเป็นวงกว้าง และขยายวงไปทั่วทั้งตัว เมื่อผิวหนังอักเสบ รากขนจึงหมดสภาพ ขนมีการหลุดออกมาจากผิวหนังอย่าง
ง่ายดาย จึงเป็นปัญหาลุกลามที่เจ้าของสุนัขไม่สามารถรักษาและแก้ไขได้



สุนัขรักษากับพี่อ๋อยตามสูตรแล้ว เชื้อราหาย ผิวสะอาด



สุนัขปราศจากเชื้อรา และมีขนใหม่ขึ้นมา สีขาวสะอาด เป็นประกายงดงาม


ในการรักษาเรื่องเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังของสุนัขนั้น พี่อ๋อยจะใช้ยาฆ่าเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียทาไว้บนผิวหนังที่มีอาการ
โดยทายาอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผิวหนังปราศจากเชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรีย ภายในเวลาเพียง 1 - 2 ชั่วโมง และใช้แชมพูในการ
กำจัดเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้สุนัขหายขาด และจะไม่มีอาการเป็นๆ หายๆ อีกต่อไป

การที่สุนัขขนน้อย ขนไม่หนาแน่น ขนไม่ฟูฟ่อง เกิดจากพันธุกรรมของพ่อและแม่ของสุนัขที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ เปรียบเสมือนกับ
พี่อ๋อยเกิดมาจากพ่อและแม่ที่รูปร่างตัวเล็ก เตี้ย พี่อ๋อยก็จะได้รับยีนตัวเล็ก ตัวเตี้ยนั้นมา ถึงแม้ว่าพี่อ๋อยจะรับประทานอาหารมากมาย
เพียงใด ก็ไม่ทำให้พี่อ๋อยมีรูปร่างสูงขนาดนางสาวไทยได้ ซึ่งสุนัขของ"น้อง sophia" เกิดมาจากพ่อแม่ หรือบรรพบุรุษที่มีขนน้อย
ขนไม่หนาแน่น สุนัขที่น้องซื้อมาเลี้ยงนั้น ก็จะต้องมีลักษณะของขนที่เหมือนกับพ่อและแม่สุนัขเช่นกัน

ในการเลี้ยงสุนัขนั้น สิ่งที่มีความสำคัญมากคือ อาหาร สุนัขที่มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงหรือไม่นั้น อยู่ที่การเลี้ยงดูอย่างถูกต้องด้วย
โภชนาการที่ดี มีคุณค่าครบถ้วนตามที่ร่างกายของลูกสุนัขต้องการ และสารอาหารที่ได้รับนั้น ต้องอยู่ในอัตราส่วนและปริมาณที่เหมาะสม
ซึ่งได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ ถ้าหากลูกสุนัขขาดอาหารประเภทใดไป ลูกสุนัขก็จะมีการเจริญเติบโต
ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นโรคกระดูกอ่อน ขนหลุดร่วงเร็วกว่าปกติ ฟันงอกช้าและร่างกายเจริญเติบโตไม่ได้สัดส่วนที่ดี หรือถูกต้องตาม
ลักษณะสายพันธุ์ สุนัขแต่ละวัยมีความต้องการของสารอาหารไม่เหมือนกัน อาหารสำเร็จรูป (อาหารเม็ด) จะช่วยบำรุงเหงือกและฟัน
สะดวกในการเก็บรักษา อาหารสำเร็จรูปสามารถเลี้ยงลูกสุนัขให้โตตามวัยได้อย่างเหมาะสม ลูกสุนัขที่กำลังเจริญวัย ต้องดูแลการให้
อาหารอย่างใกล้ชิด จะทำให้คุณได้ลูกสุนัขที่มีโครงสร้างตามสายพันธุ์ และเจริญเติบโตด้วยสุขภาพที่แข็งแรง ด้วยอาหารสำเร็จรูป
ที่มีคุณภาพดี และมีสารอาหารที่ครบถ้วน

อาหารสำเร็จรูปมีความสะอาด โดยผ่านกระบวนการในการผลิตมาอย่างดี และที่สำคัญประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย อาหาร
สำเร็จรูปสามารถช่วยขัดฟันสุนัขให้ขาวสะอาดและแข็งแรงในขณะที่สุนัขขบเคี้ยว สุนัขที่มีสุขภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรงหรือไม่นั้น
อยู่ที่การเลี้ยงดูอย่างถูกต้องด้วยโภชนาการที่ดี มีคุณค่าครบถ้วนตามที่ร่างกายของลูกสุนัขต้องการ



ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "OIL'S SWEET STRAWBERRY SHOT CAKE" อายุ 1 เดือนครึ่ง กำลังกินอาหารเม็ดตามสูตรของพี่อ๋อย


ควรให้กินอาหารสำเร็จรูป ไม่ควรให้กินอาหารสดที่ปรุงเอง เพราะจะทำให้สุนัขได้รับสารอาหารประเภทโปรตีนสูงแต่เพียงอย่างเดียว
ถ้าหากสุนัขมีน้ำหนักมากเกินไป จะทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักของข้อเข่าได้ ความอ้วนของสุนัขเกิดจากร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไป
ซึ่งเกิดจากการได้รับอาหารหรือพลังงานมากเกินความต้องการของร่างกาย



ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย กินอาหารเม็ด วิตามินตามสูตรของพี่อ๋อยแล้ว สุนัขมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และเจริญเติบโตตามวัย


การเลี้ยงดูลูกสุนัขอย่างถูกต้องด้วยโภชนาการที่ดี มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง ตลอดจนการเอาใจใส่เลี้ยงดู บำรุงลูกสุนัขอย่างดี ย่อมเห็น
ถึงความแตกต่างระหว่างคอกสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรง กับคอกสุนัขที่มีสุขภาพอ่อนแอหรือเจ็บป่วย



ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "KRU OBB GENA" เพศผู้ อายุ 1 เดือน กินอาหารในชามจนอิ่มมาก จึงนอนเอาคางเกยชามอาหาร



เจ้าของสุนัขส่วนใหญ่มักจะมีความสุขและดีใจ ในการที่ได้เห็นสุนัขของตนเองกินอาหารได้มากและชอบกินอาหารสด เช่น เนื้อไก่  
เนื้อหมู เนื้อปลา ขนม ผลไม้ต่างๆ ได้อย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งเป็นข้อบ่งบอกให้เจ้าของสุนัขรู้สึกว่า สุนัขของตนเอง มีสุขภาพร่างกาย
และมีสุขภาพจิตที่ดี โดยดูจากการที่สุนัขมีรูปร่างอ้วนท้วนแข็งแรง สมบูรณ์ดี  แต่ในด้านของการเลี้ยงดูสุนัขที่ถูกต้อง ตามหลัก
มาตรฐานสายพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ปอมฯ นั้น วิธีการดังกล่าวจึงถือว่า เป็นวิธีการเลี้ยงสุนัขที่ผิดวิธี



ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "KRU OBB GENA" เพศผู้ อายุ 1 เดือน กำลังกินอาหารในชาม อย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากชามอาหาร


สุนัขพันธุ์ปอมฯ ในบ้านของพี่อ๋อยกินแต่อาหารสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็สามารถมีโครงสร้างที่สวยงามและมีสุขภาพที่ดี
สิ่งที่สำคัญสุนัขมีอายุยืนยาว พี่อ๋อยไม่เคยฝึกสุนัขให้กินอาหารอื่นใด นอกจากอาหารสำเร็จรูป พี่อ๋อยเคยทดลองใจสุนัข โดยนำ
เนื้อไก่ย่าง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นหมู แบ่งออกเป็นชิ้นเล็กๆ มายื่นต่อหน้าลูกสุนัขและสุนัขโต โดยส่งอาหารให้เข้าปากสุนัข สุนัขของ
พี่อ๋อยแสดงท่าทางเบือนหน้าหนี ไม่อ้าปาก หุบปากนิ่งสนิท และแสดงท่าทางเดินหนีไปจากอาหารสดนั้นๆ เพราะไม่รู้จักอาหาร
และไม่เคยกินอาหารเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า สุนัขของพี่อ๋อยจะไม่ยอมกินอาหาร ที่แปลกไปจากที่เคยกิน และสามารถ
เชื่อใจสุนัขได้ว่า จะไม่กินอาหารจากที่เจ้าของเป็นผู้ปรุงเองอย่างเด็ดขาด

อาหารสดที่ปรุงเองนั้น เป็นอาหารที่ไม่เหมาะสมกับสุนัข เพราะนอกจากจะไม่มีคุณค่าที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการแล้ว ยังมีการปรุง
รสหวาน เค็ม และอาหารค่อนข้างมีไขมันสูง และมีโปรตีนสูง รวมทั้งยังมีอันตรายของสารกันบูดที่ใส่ในอาหาร ทำให้ส่งผลกระทบต่อ
ค่าตับ ค่าไตของสุนัขที่สูงขึ้นกว่าปกติ จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของสุนัขได้ อาหารสดที่เจ้าของปรุงให้กับสุนัข มักจะมีปริมาณของ
คุณค่าในอาหารไม่สมดุล                                                                      



สุนัขชื่อ "THAILAND CHAMPION OIL’S LITTLE PUSSY WILLOWS" เพศเมีย อายุเกือบ 20 ปี


สุนัขในบ้านของพี่อ๋อยกินอาหารเม็ดสูตรนี้ ถุงนี้ มาตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ โดยผ่านทางสายสะดือ จนกระทั่งวันนี้แก่ชราภาพ อายุเกือบ
20 ปี ก็ยังกินอาหารเม็ดสูตรนี้อยู่ ไม่เคยเปลี่ยนสูตรอาหารเม็ด ทำให้สุนัขอายุยืน มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เจ้าของสุนัขเข้าใจผิดคิดว่า สุนัขเบื่ออาหาร สุนัขได้กล่าวเช่นนั้นหรือ ซึ่งเจ้าของคิดเองทั้งสิ้น ทำให้เจ้าของสุนัขต้อง ไปหาอาหารและ
เปลี่ยนอาหารอื่นๆ มาให้สุนัขกินทุกๆ มื้อ ทำให้สุนัขเกิดนิสัยเสีย และชอบกินแต่อาหารสด ไม่มีสุนัขตัวใดที่รักษากับพี่อ๋อยแล้ว ไม่กิน
อาหารเม็ดสูตรของพี่อ๋อย ต้องกล่าวว่า"สุนัขต้องกิน"

ถ้าหากเลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ อย่างถูกต้อง

- ทำให้สุนัขไม่มีปัญหาในเรื่องของสุขภาพ

- สุนัขจะสามารถเรียนรู้พฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ได้

- เป็นการฝึกความอดทนของสุนัข และสามารถปลูกฝังนิสัยที่ดีให้เกิดขึ้นได้ตามลำดับ

- เจ้าของสามารถมีจิตใจที่เข้มแข็งที่ไม่ตามใจสุนัขในทางที่ไม่ถูกต้อง

ข้อเสียในการเลี้ยงสุนัขแบบตามใจเจ้าของ

- เจ้าของสุนัขชอบกินจุกจิก เช่น ขนม หรือของหวานต่างๆ จึงมักจะป้อนสุนัขให้กินด้วยกัน ทำให้สุนัขติดนิสัยในการกินที่ไม่เป็นเวลา

- รูปร่างและโครงสร้างผิดมาตรฐานสายพันธุ์

- ขาดความคล่องตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน การนั่ง การลุก การวิ่ง

- ภูมิต้านทานต่อโรคภัยไข้เจ็บลดน้อยลง

- ขาดความกระตือรือร้น ความขยันของสุนัขลดน้อยลง แต่มีความเฉื่อยชามาแทนที่

- สุนัขอ้วน จะทำให้มีอายุสั้นลง

- เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ไทรอยด์ จึงทำให้สุนัขอ้วนได้ง่าย

- สุนัขที่กินอาหารสดจะมีปัญหาเรื่องขนร่วง ผิวหนังสีดำ และขนไม่ขึ้น

สุนัขที่มีปัญหามากๆ ถ้าหากเจ้าของสุนัขเข้าใจในพฤติกรรมและนิสัย และเลี้ยงสุนัขอย่างถูกต้อง จะทำให้เจ้าของสุนัขชนะ และมี
กำลังใจในทุกๆ อย่าง ไม่มีสุนัขตัวใดที่ไม่กินอาหารเม็ดในสูตรของพี่อ๋อย ซึ่งเจ้าของสุนัขมักคิดไปเองว่า สุนัขเบื่ออาหารเม็ด สุนัข
ชอบกินอาหารสด แต่เจ้าของสุนัขกำลังหยิบยื่นความมีอายุสั้น และมีโรคภัยไข้เจ็บให้แก่สุนัขอย่างง่ายดาย และจะทำให้สุนัขมีปัญหา
เรื่องของสุขภาพในระยะยาว

การสอนที่ไม่ถูกต้อง เป็นการสอนที่ง่าย และสอนสุนัขได้อย่างรวดเร็ว แต่การเลี้ยงดูและการสอนสุนัขในสิ่งที่ดีๆ เป็นเรื่องที่ยาก
การแก้ไขพฤติกรรมและนิสัยของสุนัขเป็นเรื่องง่าย ง่าย แสนง่าย แต่การแก้ไขนิสัย ทัศนคติและพฤติกรรมของเจ้าของสุนัข เป็นเรื่อง
ที่ยาก ยาก และยากมากๆ เป็นอย่างยิ่ง เมื่อใดที่แก้ไขนิสัยและพฤติกรรม รวมทั้งความคิดเข้าข้างตัวเองของเจ้าของได้ เมื่อนั้นจะแก้ไข
สุนัขได้ในทันที ทุกๆ อย่างอยู่ที่เจ้าของทั้งนั้น สุนัขได้บอกกล่าวเป็นภาษามนุษย์กับเจ้าของสุนัขหรืออย่างไร ในการที่ต้องการจะกิน
สิ่งใด หรือไม่ต้องการกินสิ่งใด แต่เจ้าของเป็นผู้ไปสรรหามาให้สุนัขกินเองทั้งสิ้น

ตัวอย่างสุนัขของ "น้อง darin" เรื่อง "ส่งการบ้านค่า" สุนัขไม่กินอาหารเม็ด เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ตามกติกาของพี่อ๋อย สุนัขจึง
"ต้องกินอาหารเม็ด"





"เรื่องการกินอาหารเม็ดของน้องสมูสเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ  หลังจากใช้วิธีของพี่อ๋อย 3 วันแรก เล่นตัวดีนัก พอโดนวิธีของ
พี่อ๋อยเข้า เข็ด ต้องรีบกินให้หมดทั้งอาหารและวิตามินผง (แอบขำเค้าเหมือนกันค่ะ)

ส่วนวิตามินน้ำไม่ต้องห่วง เห็นถือขวดไม่ได้ วิ่งมาขอกินเองเลยค่ะ เรื่องนี้หนูมีความสุขมากเลยนะคะ ตอนแรกไม่ได้หวังเรื่องเปลี่ยน
การกินยากของเค้าเลย เพราะขนาดเอาหมูหยอง ไก่ย่าง ให้กิน ยังไม่ยอมกิน จนไม่มีแรงจะเดิน แต่ตอนนี้พอตักอาหารให้ (2 ช้อนโต๊ะ )
กินหมดทุกครั้ง โดยไม่ต้องง้อเลยค่ะ"  

การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายและบำรุงขนให้แก่สุนัขพันธุ์ปอมฯ ตามสูตรของพี่อ๋อย จะต้องใช้ให้ได้ครบตามกติกา ซึ่งประกอบด้วย
อาหารเม็ด วิตามินบำรุงร่างกาย วิตามินบำรุงขน และแชมพู จึงจะทำให้สุนัขสวยดังเนรมิตในเวลาที่รวดเร็วค่ะ

อาหารเม็ดในสูตรของพี่อ๋อย ซึ่งไม่มีจำหน่ายทั่วไป เพราะพี่อ๋อยเป็นเจ้าของสูตรแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในเว็บของพี่อ๋อย น้องๆ ผู้เลี้ยง
สุนัขพันธุ์ปอมฯ ได้นำไปบำรุงให้แก่สุนัขแล้ว สุนัขสวยสมใจและสร้างความสุขให้แก่เจ้าของสุนัข ต่างก็นำภาพมาอัพเดท "ก่อนใช้"
และ "หลังใช้" ผลิตภัณฑ์บำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อยเป็นจำนวนมาก

สุนัขที่มีอายุอยู่ในรุ่น BABY จะเริ่มผลัดขนเมื่ออายุประมาณ 2 เดือนครึ่ง ถึง 3 เดือนครึ่ง ซึ่งเมื่อสุนัขผลัดขน หรือขนร่วงด้วยเส้นขนที่
หมดสภาพและเป็นการผลัดเปลี่ยนขนใหม่ เพื่อให้สุนัขมีขนที่ดี มีคุณภาพ สวยงาม และหนาแน่น เป็นไปตามวัยของสุนัข แต่เมื่อสุนัข
ขนร่วง ผลัดขนไปในทุกๆ วัน จะต้องมีขนใหม่ที่มีความแข็งแรง และมีคุณภาพขึ้นมาแซมอยู่ตลอดเวลา และพัฒนาการของขนสุนัขนั้น
จะต้องหนาแน่น ฟูฟ่อง และยาวขึ้นเรื่อยๆ คือ "ยิ่งเลี้ยงจะต้องยิ่งสวย" มิใช่เลี้ยงแล้วสุนัขมีคุณภาพที่แย่ลงทุกๆ วัน

สุนัขชื่อ "เต้าเจี้ยว" โพสต์มาลงในเว็บของพี่อ๋อยเรื่อง "น้องปอมป่วยครับ"



สุนัขชื่อ "เต้าเจี้ยว" ก่อนใช้ และหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อย สุนัขสวยมากๆ แล้ว


ถ้าหากสุนัขตัวใดผลัดขนหรือขนร่วงแล้ว ไม่มีขนใหม่ขึ้นมาแทนที่ย่อมแสดงถึงความผิดปกติและความบกพร่องของฮอร์โมนของสุนัข
ตัวนั้น การบำรุงขนและการใช้แชมพูบำรุงขนที่มีประสิทธิภาพ จึงจะทำให้สุนัขในรุ่น BABY คืออายุประมาณ 4 เดือน สามารถมีขนใหม่
ขึ้นมา และหนาแน่นขึ้นภายในเร็ววัน คือ ประมาณ 3 วัน เพื่อให้ทันอกทันใจเจ้าของสุนัข และสร้างความสุขให้แก่เจ้าของสุนัข มิใช่
ความเครียดที่เห็นสภาพของสุนัขขนร่วงแล้ว ขนใหม่ไม่ขึ้นมา

ดังนั้น การที่จะทำให้สุนัขที่มีปัญหาขนร่วง ผลัดขน ขนไม่ขึ้น จึงเป็นเรื่องง่ายๆ ในการบำรุง และไม่ยุ่งยากใดๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของสุนัข
ได้เคยปฏิบัติให้แก่สุนัขอยู่แล้ว เพียงแต่เจ้าของสุนัขควรรู้จักใช้ผลิตภัณฑ์ในการบำรุงขนสุนัขให้ถูกต้องกับสุนัขพันธุ์ปอมฯ เพราะถ้าหาก
เจ้าของสุนัขได้เคยใช้ผลิตภัณฑ์เดิมอยู่ แต่กลับไม่ทำให้สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมา ทุกๆ วันที่ได้มองเห็นสุนัขนัั้น กลับสร้างความวิตกกังวลให้แก่
เจ้าของ เมื่อใดสุนัขจึงจะมีขนสวยดังเช่น สุนัขพันธุ์ปอมฯ ตัวอื่นๆ เป็นเพราะเจ้าของสุนัขใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับสุนัขพันธุ์ปอมฯ
ซึ่งสุนัขพันธุ์ปอมฯ เป็นสุนัขเหมือนตุ๊กตาตัวเล็กๆ บอบบาง น่ารัก ต้องการความเอาใจใส่และถนุถนอม ถ้าหากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วๆ ไป
มาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ให้แก่เจ้าของสุนัขได้ว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ได้ใช้อยู่นั้น ไม่ทำให้สุนัขของตนเองมีความ
สวยงามในเรื่องของ "ขน" ได้ จึงควรที่จะได้พิจารณาในหลายเรื่องๆ เพื่อปรับปรุงสุนัขให้มีพัฒนาการของ "ขน" ที่ดีขึ้นจะดีกว่า เพราะ
การปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป จะทำให้เจ้าของสุนัขและสุนัขเสียเวลา ซึ่งในขณะที่สุนัขตัวอื่นๆ มีปัญหาเช่นเดียวกัน หรือมีปัญหา
มากกว่า คือ สุนัขบางตัวเป็นโรค BLACK SKIN (ผิวดำ) ขนร่วง ขนบาง ขนน้อย เป็นแผลอักเสบ หรือมีขี้รังแค เป็นเชื้อรา คันผิวหนัง
และสุนัขจะชอบเกาอยู่ตลอดเวลา เมื่อได้รักษาและบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ในสูตรของพี่อ๋อยแล้ว สุนัขที่มีปัญหาดังกล่าว จะปราศจากปัญหา
ต่างๆ โดยเฉพาะผิวหนังอักเสบ เป็นแผล จะหายไปสิ้นภายในเวลา 1 วัน ผิวดำจะเริ่มจางลงเมื่อได้อาบน้ำด้วยสูตรแชมพูของพี่อ๋อยใน
ครั้งแรกที่อาบน้ำทันที ขนใหม่จะขึ้นอย่างเร็วภายในเวลา 2-3 วัน ซึ่งจากการบำรุงและรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ในสูตรของพี่อ๋อย ได้ทำให้
สุนัขของน้องๆ คนอื่นๆ ประสบความสำเร็จ และสุนัขมีขนใหม่ที่หนาแน่น ฟูฟ่อง สวยงาม โดยที่เจ้าของสุนัขแต่ละคนได้ถ่ายรูปสุนัขตั้งแต่
"ก่อนใช้" และ "หลังใช้" มาอัพเดทในเว็บของพี่อ๋อย

ดังนั้น คุณภาพของ "ขน" สุนัขพันธุ์ปอมฯ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้สุนัขพันธุ์ปอมฯ มีความสวยงามและมีความถูกต้องตามมาตรฐาน
สายพันธุ์ที่ดี "ไม่สวยมาจากที่ใด แต่สามารถสวยสมใจได้ ด้วยการบำรุง" นะคะ

กติกาในการสั่งผลิตภัณฑ์ของพี่อ๋อย

ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อยให้ครบทั้ง 5 อย่าง คือ

1. อาหารเม็ด

อาหารเม็ดสำหรับสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนตามหลักของอาหาร 5 หมู่ สุนัขในบ้านของพี่อ๋อย กินตั้งแต่
อายุ 1 เดือน จนกระทั่งแก่ชราภาพ ไม่เคยเปลี่ยนสูตร อาหารเม็ดจะทำให้สุนัขไม่มีกลิ่นตัว กลิ่นสาป หรือกลิ่นปาก การขับถ่าย
ไม่เหม็น ขับถ่ายเป็นแท่ง เป็นก้อน สีของอุจจาระจะเป็นสีเดียวกับอาหารเม็ดคือ สีน้ำตาล

2. วิตามินบำรุงร่างกาย

ทำหน้าที่ในการบำรุงระบบภายในร่างกายให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและทำหน้าที่ในการเปิดรูขุมขน เมื่อระบบ
ภายในร่างกายสมบูรณ์ด้วยการบำรุงแล้ว จะทำให้ต่อมในการผลิตขน สามารถสร้างฮอร์โมน เพื่อกระตุ้นให้มีขนใหม่ขึ้นมาภายในเร็ววัน
ด้วยการบำรุงในขั้นตอนต่อไป

3. วิตามินบำรุงขน

วิตามินบำรุงขนจะทำหน้าที่สำคัญในการบำรุงให้มีขนใหม่ขึ้นมาภายในเวลา 3 วัน ถ้าหากเจ้าของสุนัขได้บำรุงตามวิธีที่พี่อ๋อยได้แนะนำ
จะทำให้ขนใหม่ของสุนัขขึ้นมาอย่างเด่นชัด และค่อยๆ เริ่มยาว หนาแน่น ฟูฟ่อง วิตามินบำรุงขน จะสามารถบำรุงขนสุนัขได้ภายในเวลา
3 วัน เพราะจะต้องเร่งบำรุงขนให้เกิดใหม่ เพื่อให้สวยทันใจเจ้าของภายในเวลารวดเร็ว

4. แชมพู

สุนัขบางตัวสะสมผิวหนังที่เป็นขี้รังแค จนหนาแน่น หรือสุนัขบางตัวมีน้ำมันออกมาสะสมอยู่บนบริเวณผิวหนังจนหนาแน่นหลายชั้น ยากแก่
การกำจัดออก จึงทำให้ผิวหนังเป็นเชื้อรา ผิวดำ ผิวไม่เป็นสีชมพู หรือสุนัขบางตัวมีอาการคันที่ผิวหนังทั้งตัว เป็นผื่น ตุ่ม ให้อาบน้ำสุนัข
ด้วยแชมพูในสูตรของพี่อ๋อย จะทำให้ปราศจากปัญหาต่างๆ

สุนัขบางตัวอาบน้ำเช้าวันนี้ ตอนบ่ายมีกลิ่นตัวอีกแล้ว ทำให้สุนัขมีกลิ่นตัวเหม็นตลอดเวลา ปัญหาเหล่านี้ แชมพูในสูตรของพี่อ๋อยจะช่วย
กำจัดทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้เป็นอย่างดีค่ะ และที่สำคัญแชมพูในสูตรบำรุงขนของพี่อ๋อย จะทำให้ขนใหม่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หนาแน่น ฟูฟ่อง
สวยงาม  

5. ยาทาชนิดครีม สำหรับสุนัขทีี่มีปัญหาเชื่อรา ปรสิต แบคทีเรีย เกา คัน ผิวหนังอักเสบ ผิวดำ เพื่อฆ่าเชื้อโรค รักษาผิวหนังอักเสบ
มีแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย และปรับเปลี่ยนความสมดุลของผิวหนัง เพื่อให้ผิวหนังสะอาด ปราศจากปรสิต เชื้อรา แบคทีเรีย เกา คัน ที่อยู่ใน
ผิวหนัง ซึ่งการทายาชนิดครีมนี้ สุนัขจะมีอาการดีขึ้น ภายในเวลา 1–2 ชั่วโมง หรือทายาภายในเย็นนี้ ประมาณช่วงดึกๆ สุนัขจะมีอาการดีขึ้น
ทันที เมื่อถึงเวลาเช้าในวันรุ่งขึ้น สุนัขจะหายจากอาการเชื้อรา เกา คัน หรือผิวหนังอักเสบแล้ว

การที่จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงขนของพี่อ๋อยให้ครบทุกตัว เพราะ ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดในการบำรุงขนตามสูตรของพี่อ๋อย จะทำหน้าที่ในการ
บำรุงแตกต่างกัน ถ้าหากน้องๆ นำผลิตภัณฑ์บำรุงขนเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไปใช้กับสุนัขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จะทำให้การบำรุงไม่ครบ
ตามสูตร และน้องๆ ทุกคนจะนำผลิตภัณฑ์ที่น้องๆ ผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ ได้ใช้ของเดิมอยู่ นำไปใช้รวมกับผลิตภัณฑ์บำรุงขนของพี่อ๋อย
ทำให้เกิดข้อขัดแย้งหรือเกิดการต่อต้านในการบำรุงขนตามสูตรของพี่อ๋อย ทำให้การบำรุงขนตามกติกาและสูตรของพี่อ๋อยเกิดปัญหา
ซึ่งพี่อ๋อยไม่ต้องการตอบคำถามของน้องๆ ในสิ่งที่น้องๆ ได้นำผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างมาใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ของพี่อ๋อย หากเกิดปัญหา
ขึ้นมา ซึ่งบางครั้งพี่อ๋อยไม่ทราบว่า น้องๆ ได้นำผลิตภัณฑ์สิ่งใดมาใช้ร่วมด้วย สร้างความเสียหายแก่ผลิตภัณฑ์ของพี่อ๋อย ทำให้เสีย
ชื่อเสียงของพี่อ๋อยได้ค่ะ
6  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / น้องปอม เพศผู้ รีดน้ำเชื้อแล้ว ไม่พบอสิจิ เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 12:45:12 PM
คำถามของน้อง Verapat N.

ปอมตัวผู้ อายุสองปี รีดน้ำเชื้อมาส่องกล้องจุลทรรศน์ ไม่พบอสุจิ เป็นเพราะอะไร แล้วจะมีวิธีรักษาไหมหรือครับ

คำตอบ



พ่อพันธุ์สุนัขในบ้านของพี่อ๋อยชื่อ "T้้H.CH.OIL'S SOME WHERE IN TIME" อายุ 15 ปี 7 เดือน ได้ผสมพันธุ์กับสุนัขเพศเมียจนตั้งท้อง



สุนัขพันธุ์ปอมฯ เพศผู้ เมื่อถึงเวลาที่ทำการผสมพันธุ์ ตามเกณฑ์ของสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข จะต้องมีอายุ ประมาณ
14 เดือนขึ้นไป จึงจะสามารถผสมพันธุ์ได้ เพราะความสมบูรณ์และแข็งแรงของน้ำเชื้อในสุนัขเพศผู้


ลูกสุนัขที่เกิดจากพ่อพันธุ์ชื่อ "TH.CH.OIL'S SOME WHERE IN TIME" อายุ 15 ปี 7 เดือน ซึ่งได้ทำการผสมพันธุ์ และครบกำหนดคลอดจำนวน 2 ตัว


สุนัขเพศผู้ในบ้านของพี่อ๋อย ไม่เคยทำการตรวจประเมินคุณภาพของน้ำเชื้อกับสัตว์แพทย์ เนื่องจากสุนัขเพศผู้ในบ้านของพี่อ๋อย
มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ สามารถมีน้ำเชื้อที่จะผสมพันธุ์ตั้งแต่เริ่มผ่านเกณฑ์ตามระเบียบของสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข จนกระทั่ง
แก่ชราภาพ คืออายุ 15 - 18 ปี พี่อ๋อยก็ยังให้ผสมพันธุ์กับแม่พันธุ์ในบ้าน ตั้งแต่สุนัขตัวนี้ยังมีอายุน้อยๆ จนถึงปัจจุบันนี้ และได้
ลูกสุนัขจากพ่อพันธุ์ตัวนี้ มาเป็นจำนวนมากมายมาแล้ว



ลูกสุนัขแรกคลอดของพ่อพันธุ์ในบ้านพี่อ๋อย ชื่อ "TH.CH.OIL'S SOME WHERE IN TIME" อายุ 15 ปี 7 เดือน
 



ลูกสุนัขแรกคลอด มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง



ลูกสุนัขแรกคลอด ได้รับการบำรุงด้วยอาหาร วิตามิน ตามสูตรของพี่อ๋อย ทำให้ลูกสุนัขมีขนหนาแน่น และแข็งแรง


สุนัขของ “น้อง Verapat N." ซึ่งมีอายุ 2 ปีแล้ว ได้นำสุนัขไปตรวจกับสัตว์แพทย์ เพื่อประเมินคุณภาพของน้ำเชื้อของสุนัขที่จะ
มาทำพ่อพันธุ์ว่า มีความสมบูรณ์เหมาะแก่การนำไปใช้ผสมได้หรือไม่ และมีอัตราการผสมติดอยู่ในระดับใด เพื่อนำไปใช้ในการ
ผสมพันธุ์ต่อไป  ซึ่งการตรวจหาเชื้ออสุจิ สามารถตรวจได้โดยดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ เพื่อนำมาวิเคราะห์ในเรื่องต่างๆ ดังนี้

- สีของน้ำเชื้อและความขุ่นของน้ำเชื้ออสุจิ

- ตรวจดูความแข็งแรง อัตราของตัวอสุจิว่า มีกี่เปอร์เซ็นต์

- น้ำเชื้ออสุจิ มีโครงสร้างและลักษณะของตัว หัว หาง มีความสมบูรณ์ หรือแข็งแรงหรือไม่

- ขนาดของลำตัวของอสุจิมีความสม่ำเสมอหรือไม่

- การเคลื่อนที่ของตัวอสุจิ ไปข้างหน้าได้ดีได้ดี ควรมีปริมาณและเปอร์เซ็นต์อสุจิที่เคลื่อนไปข้างหน้าไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
และปริมาณของตัวเชื้ออสุจิที่มีชีวิตและปริมาณของตัวเชื้ออสุจิที่ผิดปกติอย่างไรบ้าง

เมื่อสัตว์แพทย์ได้วิเคราะห์ทุกขั้นตอนแล้ว จะทำให้สามารถประเมินคุณภาพของน้ำเชื้อว่า อยู่ในเกรดใด ซึ่งสามารถนำไปใช้อ้างอิง
ความสมบูรณ์ของสุนัขเพศผู้ตัวนั้นๆ ได้

ดังนั้น เมื่อ “น้อง Verapat N.“ ได้นำสุนัขไปตรวจหาอสุจิแล้ว ไม่พบตัวอสุจิในน้ำเชื้อ เกิดจากปัญหา 3 กรณีคือ

1. การรีดน้ำเชื้อของสุนัขนั้น สุนัขเกิดอาการตกใจ จึงไม่หลั่งน้ำเชื้อ

2. เมื่อสุนัขได้มีการหลั่งน้ำเชื้อ การเก็บน้ำเชื้อในสุนัขเพศผู้ ได้เก็บน้ำเชื้อในส่วนปลายของอสุจิที่ได้ออกไปแล้ว ซึ่งเชื้ออสุจิอาจจะ
ตาย หรือไม่สมบูรณ์แข็งแรง

3. เครื่องมือในการเก็บ การตรวจ อาจจะมีปัญหาในเรื่องของอุปกรณ์  ความไม่สมบูรณ์ของเครื่องมือ และการวิเคราะห์ที่ผิดพลาด

ถ้าหากได้มีการตรวจน้ำเชื้อของสุนัขเพศผู้ โดยการส่องกล้องจุลทรรศน์แล้ว ไม่พบตัวอสุจิ สามารถที่จะตรวจด้วยตาเปล่าได้ดังนี้

- การรีดน้ำเชื้อของสุนัขตัวผู้ ควรสังเกตสี คือ น้ำอสุจิควรมีสีขาวถึงสีเหลืองนวล และค่อนข้างขุ่น ความเข้มข้น ปริมาณซึ่งน้ำเชื้อ
ของสุนัขเพศผู้ ควรมีปริมาณระหว่าง 0.5 - 12 ซีซี โดยมีจำนวนอสุจิรวมประมาณ 200 ล้านตัว หรือมากกว่า 3,000 ล้านตัว
ต่อการหลั่งน้ำเชื้อ 1 ครั้ง จึงขึ้นอยู่กับ ขนาด โครงสร้าง และอายุของสุนัขเพศผู้ ซึ่งความเข้มข้นของตัวอสุจิที่น้อยที่สุด และทำให้
ไม่สามารถผสมติดคือ ประมาณ 200 ล้านตัว และน้ำเชื้ออสุจิที่ดี จะต้องมีความสมบูรณ์ ซึ่งควรมีตัวอสุจิที่มีความปกติมากกว่า
70 - 90 % ของน้ำเชื้อทั้งหมด

การแก้ปัญหา ในการตรวจไม่พบเชื้ออสุจิ โดยการส่องกล้องจุลทรรศน์

- ตรวจเลือดสุนัขเพศผู้ เพื่อดูความสมบูรณ์ของร่างกายและระบบภายใน

- รีดน้ำเชื้อมาตรวจใหม่อีกครั้ง โดยการส่องกล้องจุลทรรศน์

- รีดน้ำเชื้อออกมาแล้วสังเกต สี และความขุ่นของน้ำเชื้อว่า มีลักษณะอย่างไร ถูกต้องตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นหรือไม่



ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย ได้รับการเลี้ยงดูตามสูตรของพี่อ๋อย ด้วยการกินอาหาร และวิตามิน ทำให้ลูกเจริญเติบโตตามวัย



ลูกสุนัขที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของพ่อพันธุ์ ที่มีอายุมาก สวยงาม ด้วยขน และโครงสร้างที่ดี


- เจ้าของสุนัขบำรุงสุนัขด้วยวิตามินบำรุงร่างกาย ตามสูตรของพี่อ๋อย ซึ่งสุนัขทุกๆ ตัวในบ้านของพี่อ๋อยได้กินวิตามิน และบำรุง
ตามสูตรของพี่อ๋อยตลอดเวลา จึงทำให้สุนัขมีน้ำเชื้ออสุจิที่แข็งแรง อีกทั้งมีร่างกายที่สมบูรณ์ มีอายุยืนยาว เมื่อใดที่ได้ทำการ
ผสมพันธุ์สุนัขนั้น สุนัขเพศเมียจะตั้งท้องทุกๆ ตัว แต่หมายถึง สุนัขเพศเมียจะต้องถึงรอบการตกไข่เป็นสำคัญ จึงจะทำให้เกิดการ
ปฏิสนธิ ซึ่งขณะนี้มีแม่สุนัขในบ้านของพี่อ๋อย ที่ได้ทำการผสมพันธุ์ไปแล้ว จำนวนหลายแม่ และกำลังตั้งท้องอยู่ ซึงแม่สุนัขในบ้าน
ของพี่อ๋อย ก็ได้กินอาหาร วิตามิน บำรุงตามสูตรของพี่อ๋อย ทำให้แม่สุนัขแข็งแรง สุขภาพดี ตั้งท้องได้อย่างสมบูรณ์ แข็งแรง จนครบ
กำหนดคลอด และลูกสุนัข ก็ได้รับวิตามินที่แม่สุนัขได้กินไปด้วยนั้น ทางสายสะดือ เพื่อบำรุงลูกสุนัขที่อยู่ในท้องของแม่สุนัข

- การรักษาไม่สามารถรักษาได้ เพราะเกิดจากความไม่สมบูรณ์ของตัวสุนัขเพศผู้ นอกจากการบำรุงร่างกายสุนัขให้มีระบบภายในที่
สมบูรณ์ แข็งแรง เพื่อผลิตตัวอสุจิที่มีความเข้มข้น มีปริมาณ และคุณภาพที่ดีเพื่อเป็นน้ำเชื้อในการผสมพันธุ์ต่อไป



ลูกสุนัขมีสุขภาพดี กินอาหารและวิตามินบำรุงร่างกาย ทำให้ลูกสุนัขมีสุขภาพสมบูรณ์



ลูกสุนัขในบ้านพี่อ๋อย แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย เพราะการบำรุง และเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและถูกวิธีตามสูตรของพี่อ๋อย


ดังนั้น การเลี้ยงและการดูแลสุนัขพันธุ์ปอมฯ ให้มีคุณภาพ สวยงาม จึงมีปัจจัยหลายๆ อย่าง และขึ้นอยู่กับการดูแล เอาใจใส่ของ
เจ้าของสุนัขเป็นสำคัญ จึงจะทำให้สุนัขพันธุ์ปอมฯ เป็นสุนัขที่มีความสมบูรณ์ มีสุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย เพื่อการ
พัฒนาสายพันธุ์ที่ดีต่อไปในวันข้างหน้า
7  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / น้องปอม ตกจากที่สูง เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 12:40:16 PM
คำถามของน้อง Teeny

วันนี้หลังจากกลับจากทำงาน ก็ให้อาหารน้องเขา และก็พาไปขับถ่ายตามปกติ แต่หลังจากพาไปเดินกลับมาแล้ว
เขาได้ยินแฟนผมกำลังทำอาหาร วิ่งไปกระโดดชนกับตู้และร้อง เพราะขาเจ็บ ตอนนี้เดินยกขา ผมก็ไม่สบายใจ
เพราะเขาเพิ่งได้ 2 เดือน จึงพาไปพบสัตว์แพทย์เร่งด่วน กลัวขาจะมีปัญหา ทางสัตว์แพทย์ก็จับขาพับและก็
คลำดูว่า ผิดปกติอะไรหรือไม่ สัตว์แพทย์ก็บอกว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร 2 - 3 วันนี้ ให้ใช้น้ำแข็งประคบวันละ
10 นาที หากยังไม่หาย ค่อยมา x-ray หรือกินยาต่อไป

ผมอยากสอบถามว่า ถ้าหากอาการขาหัก ลูกสะบ้าเคลื่อน ที่เกิดอาการกับน้องหมา เราจะสามารถสังเกตอาการ
อย่างไรบ้าง รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ไม่รู้จะช่วยน้องหมาอย่างไรได้บ้างครับ


ในการตกจากที่สูงเช่น ตกจากโต๊ะหรือ ตกลงมาจากบันไดของสุนัขพันธุ์ปอมฯ ถ้าหากเลือกได้พี่อ๋อยขอเลือกตกจาก
ที่สูงลงมาแล้ว “ขาหัก” ดีกว่า เพราะการตกจากที่สูงของสุนัข จะมีจังหวะและลีลาแตกต่างกันคือ

- การตกจากที่สูง โดยเอาศีรษะลง ศีรษะจะน็อคพื้น สุนัขจะร้อง “แอ๊ค” คำเดียว แล้วเสียชีวิตทันทีเนื่องจาก
ศีรษะไปกระแทกกับพื้นที่มีความแข็ง

- การตกจากที่สูง โดยเอาหน้าหรือเอาปากลง จะทำให้กรามหัก การผ่าตัดกรามเป็นเรื่องที่ยุ่งยากต้องใส่
เหล็กเส้นๆ เล็ก ดามไว้ที่ปากจะทำให้สุนัขกินอาหารลำบาก และสุนัขจะต้องใส่คลอร่าตลอดเวลา เพื่อป้องกันมิให้
สุนัขเอาวัสดุที่ดามไว้ออกจากปาก เจ้าของจะต้องดูแลสุนัขเป็นอย่างมาก เพราะสุนัขไม่สามารถช่วยตัวเองได้เลย
นอกจากนี้ยังต้องฉีดน้ำเกลือเข้าปาก เพื่อล้างทำความสะอาดรอบๆ คอฟัน และภายในบริเวณช่องปาก เพื่อป้องกัน
ไม่ให้เศษอาหารไปติดตามวัสดุที่ดามไว้ ซึ่งต้องใช้เวลานานมากกว่า (ประมาณ 3 เดือน) จึงจะกลับคืนสู่ปกติดังเดิม
นอกจากนี้ เจ้าของยังจะต้องฝึกการป้อนอาหาร ป้อนน้ำ ป้อนยาเข้าปากสุนัข ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดูแลอย่างดี สร้างความ
ยุ่งยากแก่เจ้าของและสุนัขเป็นอย่างมาก เพื่อต้องการให้สุนัขหายป่วยเร็ว ๆ มีอาการที่เป็นปกติในเร็ววัน ถ้าหากไม่
ดูแล เอาใจใส่เช่นนี้ ก็อาจจะมีเหตุที่ทำให้มีการเจ็บป่วย พลาดพลั้ง หรือมีเรื่องอื่น ๆ เข้ามาแทรก ทำให้ต้องเพิ่มการ
รักษาดูแลมากขึ้นไปจากเดิมอีก

- การตกจากที่สูงโดยเอาขาลง จะทำให้สุนัขขาหัก ถ้าสุนัขขาใหญ่มากๆ ก็อาจจะไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่
ตกลงไปใกล้สู่พื้นดิน สุนัขมีลีลาที่จะเอาขาทั้ง 4 ลงมาตั้งตรงพอดี จึงไม่เกิดปัญหา ถ้าหากสุนัขขาเล็กๆ  กระดูกบาง
กระดูกเล็ก การลงของขาผิดจังหวะ ก็ทำให้ขาหักได้ง่าย เมื่อได้รับอุบัติเหตุตกจากที่สูงทำให้กระดูกหัก ซึ่งสุนัข
อาจจะแสดงอาการเจ็บปวดหรือไม่แสดงอาการเจ็บปวด ให้เจ้าของได้รับรู้ก็ได้ แต่เจ้าของอาจจะสังเกตได้จากการที่
สุนัขเดินผิดปกติ หรือยกขาที่เจ็บไว้ข้างใดข้างหนึ่ง

สุนัขของ "น้อง Teeny" จึงจัดเป็นประเภทตกจากที่สูง คือกระโดดตัวลอย แล้วตกลงมากระแทกกับตู้ ทำให้เกิดเหตุ
ใน 2 กรณี คือ โครงสร้างของลำตัวไปชนกับตู้ ที่มีลักษณะเป็นของแข็ง แล้วมาตกกระทบกับพื้นอีก ซึ่งสุนัขพันธุ์ปอมฯ
จะเป็นสุนัขเล็ก ลำตัวเล็ก และขาเล็ก จึงทำให้สุนัขเกิดอาการเจ็บขา และอักเสบ หรืออาจจะขาหักก็ได้

การปฐมพยาบาลก่อนนำส่งสัตวแพทย์ ควรจะเข้าเฝือกด้วยวิธีง่ายๆ ก่อน คือ นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาม้วนเป็น
ท่อนจนแข็ง แล้วนำมาดามกับขาส่วนที่หัก แล้วใช้ผ้าเทปที่เป็นกาวพันรัดเอาไว้ไม่ให้หลุด หรือเพื่อไม่ให้เกิดการ
ขยับเขยื้อนของกระดูกในส่วนที่หัก หรืออาจจะใช้ท่อพลาสติกก็ได้ ท่อนไม้ กิ่งไม้ก็ได้ ถ้ารู้ว่า ขาหัก ควรเคลื่อนย้าย
ด้วยความระมัดระวัง อย่าเคลื่อนย้ายอย่างรุนแรง การทำเช่นนี้เป็นการเข้าเฝือกชั่วคราวก่อนที่จะนำส่งสัตว์แพทย์
ซึ่งสัตว์แพทย์ก็จะทำการเอ็กซเรย์เพื่อยืนยันว่า ขาหักจริง หักอย่างไร อยู่ตรงส่วนไหน เป็นรอยร้าว หรือหัก หรือ
ต้องเข้าเฝือกอ่อน หรือต้องผ่าตัด ถ้าร้าวหรือหักไม่มากก็ต้องเข้าเฝือก สุนัขจะปวดขามาก ถึงกับร้องครวญคราง
ถ้าเจ้าของไม่นำสุนัขไปพบสัตว์แพทย์ ไม่ได้ทำการรักษาอย่างรวดเร็ว จะทำให้รูปทรงของขา อาจจะผิดรูป ใช้งานได้
ไม่เหมือนเดิม แต่ถ้ากระดูกหักแตกชนิดละเอียดจนต่อไม่ได้ จะต้องตัดขาทิ้งอย่างเดียว แล้วใส่ขาเทียม เพื่อช่วย
ในการเดิน หรือสุนัขต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต

การดามขา มีการใส่เฝือก การใส่เหล็ก ขึ้นอยู่กับรูปแบบการหักของขา ถ้าหากต้องใส่เหล็ก จะต้องมีการผ่าตัดใส่เหล็ก
ดามยึดไว้ตลอดชีวิตของสุนัข หลังจากขาของสุนัขได้รับการใส่เฝือกแล้ว สุนัขก็จะสามารถใช้ขาที่หักและใส่เฝือกเดิน
สี่ขาได้ แต่การวางขาของขาที่หักนั้น อาจจะวางขาโดยลงน้ำหนักของขาได้ไม่เต็มที่นัก สุนัขจะรู้สึกขลาดกลัวไปเอง
ประมาณ 2-3 วัน สุนัขก็จะสามารถปรับตัวและรับรู้กับการใส่เฝือก ซึ่งถือว่า เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเค้าไปแล้ว
สัตว์แพทย์จะให้ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวดรวมทั้งแคลเซียมให้สุนัขกิน ประมาณ 5 - 7 วัน สุนัขก็จะเริ่มสบายดี และจะ
ทำให้การเชื่อมต่อของกระดูกติดได้เร็ว


สุนัขชื่อ "หอมหัวใหญ่" ขาหัก (นับจากด้านขวา ตัวที่ 2)


หลังจากเข้าเฝือกใหม่ๆ ผ่านไป 1 สัปดาห์ ถ้าหากมีสิ่งผิดปกติ เช่น การเดิน การยืน หรือการวางขาไม่สามารถรับ
น้ำหนักได้ ซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของสุนัข ที่ไม่ถูกต้อง ควรนำสุนัขไปพบสัตว์แพทย์เพื่อเอ็กซเรย์ดู
บางครั้งอาจจะมีการเคลื่อนของกระดูก ซึ่งสัตว์แพทย์ก็จะต้องผ่าเฝือกออก แล้วดามเฝือกแข็งให้ใหม่อีกครั้ง หรือเฝือก
ถูกสุนัขกัดแทะ หรือเฝือกเปียกน้ำ ถ้าหากสุนัขกัดเฝือกด้วยความซุกชน จึงควรใส่คลอร่าให้แก่สุนัขเพื่อป้องกันการกัด
แทะเฝือก การที่สุนัขจะเดินได้ดีหรือไม่ได้ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อของกระดูก ถ้าสุนัขซนมากๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลา
เกือบ 2 เดือนจึงจะสบายดี ถ้าหากสุนัขรู้จักวิธีใช้ชีวิตในการดูแลตัวเอง ก็จะทำให้สามารถถอดเฝือกได้เร็วขึ้น

การใส่เฝือกเพื่อดามขาที่หักอยู่นี้อย่างเร็วประมาณ 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง กระดูกจึงจะเชื่อมติดกันก่อนที่จะผ่าเฝือกออก
สัตว์แพทย์ต้องเอ็กซเรย์ดูอีกครั้งหนึ่งว่า กระดูกขาส่วนที่หักนั้น เชื่อมติดกันได้ดีหรือไม่ หรือยังมีรอยร้าวเป็นเส้นอยู่ จึงจะ
สามารถเอาเฝือกออกได้

พี่อ๋อยเข้าใจและเห็นใจในความทุกข์ของ "น้อง Teeny" นะคะ ที่รู้สึกกังวลกับสุนัขที่เคยเห็นเขามีสภาพร่างกายที่ปกติ
มีความสุขดี แต่พอได้รับอุบัติเหตุ ทำให้พฤติกรรมและการปฏิบัติตัวของทั้งเจ้าของและสุนัขต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้
"น้อง Teeny" สบายใจได้นะคะว่า การที่สุนัขได้รับอุบัติเหตุทำให้ขาอักเสบ หรือขาหักนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่ สามารถรักษา
ให้หายดังเดิมได้ ตกจากที่สูงของสุนัขนับว่า ดีกว่าเหตุอื่นๆ แล้วค่ะ ถือว่าเป็นเหตุที่เบาที่สุด ในการได้รับอุบัติเหตุนะคะ
ขาหักดีกว่า ตาย หรือกรามหัก จะทำให้เจ้าของลำบากกว่านี้นะคะ

น้องที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่ประสบปัญหาของสุนัขขาหัก เมื่อได้อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ คงจะสบายใจขึ้นนะคะว่า ปัญหา
ของน้องคือ เรื่องเล็กๆ จะย้อนอดีตให้กลับคืนมาไม่ได้ ไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้หรอกนะคะ ดังนั้น ปัญหา
และอุปสรรคของผู้อื่นมีมากกว่าของน้องมากมายนักค่ะ

สุนัขบางตัวเมื่อขาหักจะทำให้สุนัขไม่อยากกินอาหาร ไม่อยากเล่นกับเจ้าของ เนื่องจากสุนัขมีความเจ็บปวดที่ขา และ
มีความรู้สึกไม่สบายตัวที่ต้องใส่เฝือก การเดิน การวิ่ง ก็รู้สึกว่า หนักขา มีสิ่งแปลกปลอมคือ เฝือกเข้ามาอยู่ในชีวิต
ประจำวัน ทำให้เกิดความไม่คล่องตัว ซึ่งสุนัขก็วิตกกังวลเหมือนกัน จึงทำให้ไม่อยากกินอาหาร ควรให้อาหารสำหรับ
สุนัขป่วย ซึ่งบรรจุกระป๋อง มีขายตามโรงพยาบาลสัตว์ แล้วน้ำมาอุ่นกับไมโครเวฟ ในอาหารนี้จะมีโปรตีนสูงจะช่วย
สร้างพลังงานให้แก่สุนัข จะทำให้สุนัขฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ให้กินเพียงไม่กี่วัน สุนัขก็จะแข็งแรงขึ้น และสามารถกินอาหาร
สำเร็จรูปตามปกติได้ค่ะ

เจ้าของสุนัขบางคนเคยมีคำถามกับพี่อ๋อยว่า ประมาณ 3 สัปดาห์หรือมากกว่านี้ เมื่อสุนัขถอดเฝือกแล้ว จะเดินได้
ตามปกติไหม พี่อ๋อยขอกล่าวอ้างถึง สุนัขของพี่อ๋อยที่กำลังประกวดตัวหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้รับตำแหน่งเป็นแชมเปี้ยน
ได้เกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงไปในหลุมถ่ายน้ำมันเครื่อง ผลการเอ็กซเรย์ปรากฏว่า “ขาหัก” ต้องเข้าเฝือกแข็งไว้
ประมาณเกือบ 1 เดือน จึงสามารถใช้ขาได้ตามปกติและสวยงามดังเดิม สัตว์แพทย์ก็ยังหวั่นใจว่า สุนัขของพี่อ๋อย
ขาหัก จะสามารถประกวดได้หรือไม่ และหลังจากนั้น เมื่อผ่าเฝือกออกแล้ว สุนัขตัวนี้ก็สามารถเดินได้อย่างสวยงาม
ด้วยโครงสร้างที่งดงามเหมือนเดิม และประกวดต่อไปจนประสบความสำเร็จ ได้เป็นแชมเปี้ยนในที่สุดค่ะ

เมื่อสุนัขมีปัญหาในเรื่องของขาหัก ซึ่งเจ้าของจะเห็นถึงการใช้เท้าทั้ง 4 เท้าของสุนัข ที่มีความผิดปกติไปจากเดิม
วิธีที่จะตรวจสอบให้แน่ชัดว่า สุนัขขาหักหรือไม่ คือ การ X-RAY จะทำให้ทราบถึงตำแหน่งของขาที่หักหรือ
ขาที่มีปัญหาของการเดินที่พลิก หรือกระดูกร้าว หรือแตก เมื่อน้องได้นำสุนัขไปพบสัตว์แพทย์ ได้ทำการ X-RAY
ดูหรือไม่คะ ทำไมน้องจึงคิดว่า สุนัขขาหักล่ะคะ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่สุนัขขาไม่หัก แต่เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ
ซึ่งหลังจากที่สัตว์แพทย์ได้ฉีดยาแก้อักเสบและยากระตุ้นกล้ามเนื้อให้แล้ว มิใช่พาไปพบสัตว์แพทย์เพื่อฉีดยาเพียง
เข็มเดียว แล้วก็จบเรื่อง จะต้องฉีดยาหรือกินยาอย่างน้อยประมาณ 7 วัน ถ้าหากสุนัขยังไม่เป็นปกติดี จะต้องนำสุนัข
กลับไป X-RAY อีกครั้ง หรือจะต้องใช้ยานวดคลายความปวดของกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ถ้าหากสุนัขขาไม่หัก ระยะ
เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ สุนัขต้องมีอาการดีขึ้นแล้วนะคะ แต่ถ้าหากสุนัขยังเดินกะเผลก หรือเดิน 3 ขาอยู่ แสดงว่า
สุนัขจะต้องได้รับการรักษาต่อไปค่ะ

การที่สุนัขยังเดินกะเผลก หรือเดิน 3 ขาอยู่นั้น เกิดจากหลายสาเหตุ

- มีปัญหาในเรื่องโครงสร้างของกล้ามเนื้อขา ที่ผิดรูปร่าง

- ขาหักและไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรก จึงทำให้สุนัขเดินกะเผลก หรือเดินยกขาข้างที่หัก หรือข้างที่เจ็บ

- จากการที่ขาข้างนั้น ที่เดินกะเผลกอยู่ เคยเดินเช่นนี้ตั้งแต่วันแรกที่มีอาการ สุนัขจึงเกิดความเคยชินในการเดินเช่นนี้
เพราะถ้าหากวางขาลงเดินตามปกติทั้ง 4 ขา จะมีอาการเจ็บ และเสียวบริเวณกล้ามเนื้อขา จึงทำให้สุนัขเกิดความรู้สึกว่า
การเดินยกขา จะสามารถเดินได้ดีกว่า

- ถ้าหากขาแพลง กินยา และนวดยาคลายกล้ามเนื้อก็จะทำให้สุนัขดีขึ้น แต่ถ้าหากเจ้าของสุนัขไม่ได้ปฏิบัติต่อเนื่อง
หรือดูแลสุนัขในการกินยา หรือทายา จะทำให้สุนัขหายช้า

- สุนัขที่มีปัญหาในเรื่องของ “ลูกสะบ้าเคลื่อน” เกิดจาก
   
   - สิ่งแวดล้อม เช่น
   
     - การเลี้ยงดูของเจ้าของที่ให้สุนัขกินอาหารจนอ้วนมาก ทำให้มีน้ำหนักเกินมาตรฐานที่กำหนด เมื่อน้ำหนักตัวมาก
จึงทำให้สุนัขต้องใช้ขาหลังมาก และเกิดการเสื่อม ทำให้เอ็นยึดหลุดได้ง่าย สุนัขก็จะมีอาการเจ็บ

     - ที่อยู่อาศัยของบ้านเป็นพื้นลื่น เช่น พื้นเป็นจำพวกหินขัด ปูกระเบื้องขัดเงา หรือปูปาเก้ สุนัขชอบวิ่งเร็วทำให้ลื่นล้ม
หรือสไลด์ตัวแบบสะบัดขาบ่อยๆ จะทำให้เกิดการเสียดสี เอ็นของข้อเข่าก็จะยืด

     - แม่สุนัขที่ท้องปล่อยให้วิ่งเล่นมากๆ ขาหลังซึ่งมีเอ็นยึดก็อาจปลิ้นไปปลิ้นมา เหมือนตกร่อง จะทำให้สุนัขเจ็บขา
ยกขาวิ่ง หรือเขย่งขา

     - สุนัขพันธุ์ปอมฯ จะเป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่มีกระดูกเล็กและบาง ส่วนใหญ่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดังนั้น
จึงไม่ควรนำสุนัขที่มีปัญหาของลูกสะบ้าเคลื่อนมาเป็นพ่อพันธุ์ หรือแม่พันธุ์ เพราะจะทำให้รุ่นลูก รุ่นหลาน ได้รับการ
ถ่ายทอดยีนเหล่านี้ไปเรื่อยๆ สุนัขบางพันธุ์จะต้องเอ็กซเรย์ก่อนที่จะทำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เพื่อดูว่า สุนัขตัวนี้มีปัญหาเรื่อง
ลูกสะบ้าเคลื่อนหรือไม่ ถ้าผลของการเอ็กซเรย์ออกมาว่า มีปัญหาในเรื่องลูกสะบ้าเคลื่อน ก็จะไม่ได้รับการยอมรับ
ทำให้ไม่สามารถใช้ในการทำพันธุ์ต่อไปได้

อาการเริ่มแรก

สุนัขบางตัวจะมีอาการเจ็บที่ขาข้างเดียวก่อน ถ้าหากเจ้าของไม่ทำการรักษา จะทำให้ขาอีกข้างไปแย่งกันรับน้ำหนัก
สุนัขบางตัวที่มีอาการมากๆ จะเดินลากขาเหมือนเป็ด แต่ถ้าหากมีอาการน้อยคือ เป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่ง สามารถ
กินยาควบคุม และจำกัดบริเวณ ก็จะทำให้สามารถมีสภาพกลับคืนสู่ปกติได้ สุนัขจะมีอาการที่ขาหลัง จะเดินขาเป๋
หรือเดินด้วยท่าทางแปลกๆ  หรือเมื่อสุนัขวิ่ง จะไม่ยอมลงน้ำหนัก สุนัขจะเจ็บขา จึงทำให้ไม่สามารถใช้ขารับ
น้ำหนักในการเดินได้ สุนัขจะต้องรับน้ำหนักของข้อเข่า ถ้าหากไม่รักษา จะทำให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มมากขึ้น

พี่อ๋อยขอใช้คำจำกัดความอย่างสั้นๆ ของ”ลูกสะบ้าเคลื่อน” ว่าเป็นอย่างไรนะคะ

ลูกสะบ้า จะอยู่ตรงหัวเข่าของสุนัข สุนัขบางตัวเบ้าสะบ้าจะตื้นเกินไป ทำให้เอ็นที่ยึดติดกับเข่าเคลื่อนที่และหลุด หรือ
หมายถึง ไม่อยู่ในตำแหน่งที่ควรจะอยู่ หรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ซึ่งระดับของการเคลื่อนของลูกสะบ้าจะมีหลาย
ระดับ จึงอยู่ที่การวินิจฉัยของสัตว์แพทย์ว่า มีอาการรุนแรงมากหรือน้อยเพียงใด ควรจะรักษาด้วยการผ่าตัด หรือ
ถ้าเป็นน้อย สัตว์แพทย์ก็จะให้กินยาเพื่อลดอาการเจ็บก่อนการผ่าตัด จะต้องตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด เอ็กซเรย์ดูว่า
การที่ลูกสะบ้าเคลื่อนนั้น อยู่ในตำแหน่งไหนและมีระดับอาการอยู่ในระดับใด ซึ่งการรักษาของสัตว์แพทย์จะรักษาที่
ระดับอาการของสุนัข

การรักษา

- การกินยา และการทำกายภาพบำบัด

- การผ่าตัดเซาะร่อง

วิธีการดูแลหลังผ่าตัดลูกสะบ้าเคลื่อน

- ให้สุนัขทำกายภาพบำบัด โดยวิธีให้ลอยตัวในน้ำ ใช้ขาหลังถีบน้ำ

- ให้สุนัขนอนตะแคง เจ้าของใช้มือจับตรงหัวข้อเข้า แล้วดึงเข้าดึงออก จนกว่าเอ็นจะคลายตัว ถ้าผ่าตัดทั้งสองข้าง
ก็ทำเช่นเดียวกันทั้งสองข้าง

- ทำกายภาพโดย เดินเหยาะ ๆ ในน้ำ ประมาณ 10-20 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นให้สุนัขตะกุยน้ำด้วยขาหลัง

สำหรับการทำกายภาพบำบัด โดยการใช้น้ำในการรักษานั้น จะให้สุนัขอยู่ในสระว่ายน้ำ ซึ่งจะมีสระว่ายน้ำบริการ
ให้แก่สุนัขที่มีปัญหาในเรื่องข้อเข่า เช่น โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ กรุงเทพฯ

การทำกายภาพบำบัด ถ้าหากสุนัขที่มีอาการลูกสะบ้าเคลื่อนเพียงเล็กน้อย การทำกายภาพบำบัดก็จะทำให้สามารถหายได้
ถ้าเจ้าของสามารถจับลูกสะบ้าให้เข้าได้เองก็จะเป็นการดี เหมือนกับคนที่หัวไหล่หลุด ซึ่งน้องสาวของพี่อ๋อยเคยเอื้อมมือ
ขึ้นไปเหนี่ยวลูกมะละกอที่อยู่บนต้นสูงๆ ทำให้หัวไหล่ห้อยร่องแร่ง จนเห็นได้ชัดเจน พี่อ๋อยจึงจับแขนกับหัวไหล่ให้มา
พบกัน และดึงเข้าร่องให้มีเสียงดังกึ๊ป หัวไหล่ก็จะเข้าที่ได้ง่าย หลังจากนั้น น้องสาวของพี่อ๋อยก็ไม่เคยมีอาการหัวไหล่หลุด
อีกเลยค่ะ แต่ในกรณีของสุนัข หากสะบ้าหลุดเข้า หลุดออก นานไปก็จะเกิดการเสื่อม มีการเสียดสีซึ่งกันและกัน ก็จะ
ทำให้เกิดอาการเจ็บ และการใช้ขาที่ผิดปกติไปจากเดิม

- พื้นบ้านต้องเป็นพื้นที่ไม่ลื่น ควรให้สุนัขอยู่ในพรม หรือวางวัสดุที่ไม่ลื่นให้สุนัขเดิน

- ต้องจำกัดบริเวณ อย่าให้สุนัขวิ่งเล่นอย่างอิสระ

- ไม่ควรให้สุนัขกระโดดโลดเต้น เช่น เมื่อรู้ว่า เจ้าของกลับมาถึงบ้านแล้ว สุนัขจะเกิดความดีใจเป็นอย่างมาก ก็จะกระโดด
เพื่อเข้าไปหาเจ้าของ ดังนั้น เจ้าของจึงต้องรีบอุ้ม หรือกอดกันจนกว่าอาการดีใจเช่นนี้จะค่อยๆ ลดลง

- ต้องระวังอย่าให้ตกจากที่สูง

- ควรให้สุนัขออกกำลังกายด้วยการเดินเบา ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

- ให้สุนัขกินวิตามินบำรุงร่างกายเวลาเช้า ตามสูตรของพี่อ๋อย เพื่อช่วยบำรุง และซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ คือ กระดูก
ของข้อต่อต่างๆ

- ควรดูแลเรื่องอาหารของสุนัข ให้กินอาหารเม็ด และไม่ควรให้สุนัขมีน้ำหนักตัวมากเกินไป เพราะจะทำให้สุนัขต้องรับ
น้ำหนักตัวที่มากขึ้นอีกด้วย

- เมื่อถึงเวลาที่สัตวแพทย์นัดหมาย เพื่อเอ็กซเรย์ ควรไปตามนัดของสัตวแพทย์ เพื่อตรวจดูว่า ลูกสะบ้าอยู่ในตำแหน่งที่
ถูกต้องแล้ว


เมื่อสุนัขได้รับการผ่าตัดลูกสะบ้าเคลื่อนไปแล้ว ต่อไปก็จะไม่เคลื่อนอีก อาการลูกสะบ้าเคลื่อนของสุนัข ส่วนใหญ่จะเริ่ม
มีอาการกับสุนัขอายุรุ่น Puppy คือ อายุประมาณ 7 - 8 เดือน ถ้าได้รับการผ่าตัดลูกสะบ้าเคลื่อนในวัยนี้ สุนัขก็จะ
หายเร็ว และร่างกายแข็งแรงเร็ว เนื่องจาก เป็นสุนัขที่มีอายุยังน้อยอยู่

วิธีปฏิบัติ

- ควรนำสุนัขไปพบสัตว์แพทย์เพื่อ X-RAY ดูขาข้างที่เดินกะเผลก หรือเดินยกขา หรือเดิน 3 ขาอยู่

- ทดลองใช้มือของเจ้าของจับขาข้างที่มีปัญหานะคะ ค่อยๆ คลำตั้งแต่โคนขา จนถึงนิ้วทั้งสี่เท้า เพื่อหาตำแหน่งที่มี
การอักเสบหรือบวมเป็นก้อนแข็ง ถ้าเจ้าของสุนัขจับขาสุนัขแล้ว สุนัขร้องด้วยความเจ็บปวด แสดงว่า ขาหักหรือมีความ
ผิดปกติในตำแหน่งนั้น และยังไม่ได้รับการรักษา ถ้าหากเจ้าของสุนัขทิ้งระยะเวลาในการรักษาเป็นเวลานาน เป็นวัน หรือ
เป็นเดือน จะทำให้ขาผิดรูปร่าง จนไม่สามารถเดินได้ดีเหมือนเดิม

- นำสุนัขไปพบสัตว์แพทย์ตามที่แพทย์นัดตรวจดูอาการ

- กินยาตามที่สัตว์แพทย์สั่งจนครบตามที่กำหนด

- ถ้าไม่แน่ใจ ควรเปลี่ยนสัตว์แพทย์ที่มีอุปกรณ์ในการตรวจรักษา เช่น มีเครื่อง X-RAY

พี่อ๋อยจึงหวังว่า ข้อปฏิบัติ และข้อแนะนำดังกล่าวข้างต้น คงจะทำให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรงและหายป่วยในเร็ววันนะคะ
ถ้าหากเจ้าของสุนัขได้ดูแล ให้ความเอาใจใส่ และได้รับการรักษาจากสัตว์แพทย์ที่ถูกต้องนะคะ
8  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / น้องปอม ท้องผูก เพราะอะไร เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 12:35:51 PM
คำถามของน้อง จีน่า

น้องปอมที่บ้านอายุ 48 วัน เค้ามีอาการท้องผูก ถ่ายไม่ออก พอพาไปหาคุณหมอ คุณหมอก็บีบอุจจาระออกมาให้ แต่ตอนที่
บีบอุจจาระนั้นมีหนองออกมาด้วย คุณหมอบอกปกติมักไม่เกิดกับลูกสุนัขแบบนี้ แล้วคุณหมอก็จ่ายเกลือแร่มาให้กิน แต่ก็ไม่ดีขึ้น

พี่อ๋อยช่วยแนะนำถึงอาการนี้หน่อยน่ะค่ะ แล้วพี่อ๋อยเคยเจอประสบการณ์แบบนี้มาก่อนรึป่าวค่ะ ตอนนี้สงสารน้องมากเลยค่ะ
(อาหารที่กินผสมกับนมน่ะค่ะ)

คำตอบ

ลูกสุนัขที่พี่อ๋อยเลี้ยงดู และเติบโตขึ้นมาภายในบ้านของพี่อ๋อยนั้น พี่อ๋อยจะให้ลูกสุนัขกินอาหารเม็ด และวิตามินตั้งแต่อายุ 1 เดือน
ซึ่งลูกสุนัขจะได้รับสารอาหารมาจากแม่ตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่มาแล้ว



ลูกสุนัขอายุ 1 เดือนครึ่ง ถึงสองเดือน ที่พี่อ๋อยได้เลี้ยงดูมา สุนัขจะมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี


ลูกสุนัขที่กินอาหารเม็ด จะทำให้ระบบการขับถ่ายดี บ่งบอกถึงสุขภาพโดยรวมของลูกสุนัขคือ ลูกสุนัขมีสุขภาพดี ใบหน้าสดใส ร่างกาย
แข็งแรง สมบูรณ์ และมีสุขภาพของขนที่ดี

สำหรับลูกสุนัขที่ท้องผูก ไม่ขับถ่ายเอง จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้เกลือแร่ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน แต่อยู่ที่นิสัยและพฤติกรรมของ
ลูกสุนัขที่ไม่รู้จักวิธีการขับถ่ายให้เป็นเวลา การให้เกลือแร่แก่ลูกสุนัข จึงเหมาะสำหรับอาการท้องเสียอาเจียนในสุนัข ซึ่งสุนัขมีภาวะ
ขาดน้ำและเกลือแร่ ซึ่งถ้าขาดน้ำหรือเกลือแร่มากๆ ก็อาจทำให้ลูกสุนัขมีอาการช็อคและเสียชีวิตได้

ดังนั้น อาการท้องเสียจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการชดเชยน้ำและเกลือแร่ โดยการให้สารน้ำที่มีน้ำตาลกลูโคสและเกลือโซเดียม
เป็นองค์ประกอบ และการให้เกลือแร่แก่คน หรือลูกสุนัข จะให้ในกรณีที่คนหรือลูกสุนัขสูญเสียน้ำมาก และมีร่างกายอ่อนเพลีย เช่น
ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำหลายๆ ครั้ง ซึ่งถ้าหากลูกสุนัขท้องผูก มีปัญหาจากระบบภายในและลำไส้ จึงทำให้ลูกสุนัขไม่มีอาการปวด และ
อยากจะถ่ายอุจจาระ ซึ่งถ้าหากลูกสุนัขไม่ปวดอุจจาระ จะเบ่งอย่างไร ก็คงไม่สามารถผ่านกระบวนการขับเคลื่อนให้อุจจาระออกมาจาก
รูทวารได้ คงจะไม่มีสุนัขตัวใดที่เบ่งอุจจาระ จนกระทั่งหมดแรง อ่อนเพลีย ที่จะต้องให้เกลือแร่อย่างแน่นอน เมื่อ "น้องเก๋" ได้นำสุนัข
ไปพบสัตว์แพทย์ สุนัขควรจะได้กินยาระบาย หรือได้รับยาเพื่อสวนทวาร เนื่องจากท้องผูก ในการช่วยเร่ง กระตุ้นการปวดเบ่ง ให้ลูกสุนัข
อยากขับถ่าย มิใช่การให้เกลือแร่ เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำ จึงทำให้ลูกสุนัขไม่ดีขึ้น หรือไม่หายจากอาการท้องผูก เพราะรักษาคนละโรค

สำหรับการให้ลูกสุนัขกินนมอื่นๆ ที่ไม่ใช่นมแม่นั้น โดยปกติลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย จะไม่เคยกินนมอื่นๆ นอกจากนมแม่ เพราะลูกสุนัข
จะต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มากกว่านมของแม่ ถ้าหากลูกสุนัขหรือสุนัขโตในบ้านของพี่อ๋อยกินนมทั่วๆ ไป จะทำให้สุนัขในบ้าน
ของพี่อ๋อยมีอาการท้องเสีย สร้างภาระให้แก่พี่อ๋อยเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าหากลูกสุนัขของ "น้องเก๋" กินนมทั่วไปด้วยแล้ว ควรจะช่วยใน
การขับถ่าย แต่กลับทำให้ท้องผูกมากขึ้นกว่าเดิม จึงควรงดเว้นการกินนม ตามที่ได้เคยกินอยู่ทุกๆ วัน แสดงว่า สุนัขธาตุหนักมากๆ

สำหรับการบีบต่อมก้น เพื่อที่จะให้อุจจาระขับเคลื่อนออกมานั้น อุจจาระไม่ออกมา แต่กลายเป็นการบีบต่อมก้นเหม็น ซึ่งเมื่อบีบต่อม
ก้นแล้ว จะมีน้ำที่เป็นของเสียออกมาจากต่อมก้น การวินิจฉัยโรคและแนวทางในการรักษาโรค จึงเป็นคนละกรณีกัน ทำให้ลูกสุนัขไม่ได้
รับการรักษาที่ถูกต้อง และไม่เกิดผลดีแก่ลูกสุนัข



ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "OIL'S JENNET"  เพศผู้ อายุ 1 เดือน กำลังแสดงท่าขับถ่ายอุจจาระ


สุนัขในบ้านของพี่อ๋อยจะขับถ่ายตรงต่อเวลา ทำให้เจ้าของสามารถคาดคะเนได้ว่า ประมาณเวลาเท่าใดสุนัขจะขับถ่าย ซึ่งเวลาประจำ
ในการขับถ่ายของสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยคือ ตื่นนอนตอนเช้า หลังอาหารเช้า กลางวัน หลังอาหารเย็น และก่อนนอน ถ้าหากเป็นลูกสุนัข
จะขับถ่ายวันละหลายๆ ครั้ง เช่นเดียวกับพี่อ๋อย จะขับถ่ายอย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง อย่างมากวันละ 6 ครั้ง จึงอยู่ที่การกินอาหารในแต่ละวัน
ของพี่อ๋อย ซึ่งพี่อ๋อยจะสามารถรับประทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูเจ้าอร่อยในชามปกติได้ครั้งละ 3 - 4 ชาม เมื่อรับประทานผ่านไปประมาณ
20 - 30 นาที พี่อ๋อยจะรู้สึกอยากขับถ่าย ดังนั้น อาหารที่รับประทานแล้ว บางส่วนได้นำไปบำรุงร่างกายของพี่อ๋อย บางส่วนมากเกิน
ความจำเป็น ร่างกายก็จะขับถ่ายออกมา จึงทำให้ระบบภายในร่างกายของพี่อ๋อยสะอาด ไม่มีสิ่งที่ตกค้างอยู่ภายในลำไส้ ส่งผลออกมาถึง
ใบหน้าที่สดใส ไม่มีสิว เม็ด ตุ่ม ต่างๆ ในขณะที่ ณ วันนี้ พี่อ๋อยมีอายุ 60 ปี 7 เดือนแล้ว เช่นเดียวกับสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย ซึ่งกินอาหารเม็ด
วิตามินบำรุงร่างกาย วิตามินบำรุงขน ถ้าหากสุนัขกินมากเกินไปในแต่ละมื้อ สุนัขก็จะมีอาการอยากขับถ่าย อาหารและวิตามินบางส่วนก็นำไป
บำรุงร่างกาย และขนของสุนัข จึงทำให้สุนัขมีความสวยงามตามมาตรฐานสายพันธุ์ที่ถูกต้องของสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน



สุนัขในบ้านของพี่อ๋อย กำลังตั้งท่าขับถ่าย เป็นแท่ง เป็นก้อน ไม่ใช่ถ่ายแบบสีดำ เหม็นคาวหึ่ง หรือถ่ายเละ


ถ้าหากสุนัขบางตัวที่ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระได้ตามปกติแสดงว่า สุนัขมีอาการท้องผูก อุจจาระไม่ออกมา หรือเบ่งอุจจาระออกมา
มักจะแห้ง เป็นก้อนแข็ง เมื่อขับถ่ายไม่สะดวก ก็จะทำให้สุนัขมีอาการ เจ็บปวดบริเวณทวารหนัก ซึ่งปัญหาดังกล่าว จึงไม่เกิดกับ
ลูกสุนัขหรือสุนัขโตในบ้านของพี่อ๋อย



สุนัขในบ้านพี่อ๋อย ขับถ่ายคล่อง ภายหลังจากขับถ่ายเป็นเวลา


อาการท้องผูกของสุนัขเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

1. สุนัขกินอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง เช่น ให้สุนัขกินอาหารสดที่เจ้าของปรุงเอง ไม่ได้ให้สุนัขกินอาหารสำเร็จรูป (อาหารเม็ด)

2. สุนัขกินอาหารที่ย่อยยาก เช่น เจ้าของมักจะให้สุนัขกัดกินของเล่นของสุนัข สิ่งของและอุปกรณ์บางอย่างมีคุณสมบัติในการย่อยยาก
เป็นกากใย เหนียว เมื่อสุนัขกัดแทะของเล่นต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำให้ท้องอืด แน่น จุกท้อง ทำให้การขับถ่ายขับเคลื่อนลำบาก เกิดการ
อัดแน่นของอุจจาระ

3. สุนัขท้องอืด เนื่องจากมีแก๊สสะสมไว้ในกระเพาะอาหารมากเกินไป มีลมอยู่ในกระเพาะมาก ทำให้ท้องแข็ง ปวดท้อง เกร็งกล้ามเนื้อ
บางครั้งทำให้สุนัขบางตัวมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางตัวอาเจียนออกมาเป็นน้ำขาวๆ บางตัวอาเจียนออกมามีเศษอาหารออกมาด้วย

4. สุนัขกินน้ำน้อย สุนัขเกิดอาการขับถ่ายลำบากเนื่องจากอุจจาระแข็ง เมื่อสุนัขไม่ได้กินน้ำในปริมาณที่พอสมควร จะทำให้ยากแก่
การขับถ่าย ถ้าหากสุนัขอุจจาระแข็ง ได้กินน้ำมาก ๆ จะทำให้ช่วยในการขับเคลื่อนของอุจจาระง่ายขึ้น เนื่องจากไปช่วยให้รูทวารของ
สุนัขมีน้ำมาหล่อเลี้ยง

5. สุนัขมีแผลหรือเจ็บปวดที่รูทวาร เมื่อขับถ่ายอุจจาระทำให้รู้สึกเจ็บในขณะขับถ่าย จึงทำให้สุนัขเกิดความวิตกกังวล และสร้างนิสัย
ไม่ชอบการขับถ่าย

6. สุนัขกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไป เช่น กระดูก หรือวัสดุต่าง ๆ หรือก้อนดิน ก้อนกรวดที่ตกหล่นตามพื้นบ้าน ทำให้ทางเดินอาหารเกิดการ
อุดตัน อาหารย่อยไม่ได้ จะทำให้ระบบขับถ่าย และระบบทางเดินอาหารมีปัญหา

7. สุนัขเป็นฝีหรือเป็นเนื้องอกที่ต่อมลูกหมาก ซึ่งเกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย จึงทำให้สุนัขขับถ่ายลำบากและเกิดอาการท้องผูกได้

วิธีแก้ไขสุนัขท้องผูก



ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยกำลังแย่งกันกินอาหารเม็ดในชามเดียวกัน


1. ควรให้สุนัขกินอาหารเม็ดที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยในการขับถ่าย สุนัขในบ้านของพี่อ๋อยจะขับถ่ายอุจจาระในเวลาตื่นนอน ตอนเช้า
หลังอาหารเช้า หลังอาหารเย็น ส่วนใหญ่สุนัขในบ้านของพี่อ๋อยจะขับถ่ายอุจจาระวันละหลายๆ ครั้ง ซึ่งเป็นการดีต่อสุขภาพของสุนัข
อุจจาระที่สุนัขขับถ่ายออกมานั้น จะขับถ่ายออกมาเป็นแท่ง เป็นก้อน ลักษณะอ่อนนุ่ม ไม่แข็งเกินไป และไม่นิ่มจนเกินไป สามารถใช้
กระดาษแผ่นเล็กๆ ประมาณฝ่ามือของผู้หญิงเก็บได้โดยง่าย และอุจจาระที่สุนัขขับถ่ายออกมานั้น จะต้องไม่มีกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นคาว
คละคลุ้งซึ่งเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เด็ดขาด ซึ่งสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยและน้องๆ คนอื่นๆ ที่ได้กินอาหารในสูตรของพี่อ๋อยนั้น สุนัขจะ
กินอาหารเม็ดที่เป็นสูตรของปอมฯ และเป็นอาหารที่มีคุณภาพต่อร่างกายของสุนัข

2. ให้สุนัขกินน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยในการเร่งการขับถ่าย และทำให้การขับถ่ายเกิดความคล่องตัวขึ้น

3. เจ้าของควรนำสุนัขไปออกกำลังกายนอกบ้านหลังจากสุนัขกินอาหารเช้าแล้ว ด้วยการวิ่งอย่างเบาๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการขับถ่าย และ
ช่วยในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง

4. สุนัขบางตัวมีการสะสมจากของเสียที่ต่อมก้นจนเป็นก้อนใหญ่มากเหมือนลูกมะนาว ทำให้สุนัขเจ็บปวด และไม่อยากขับถ่าย
จนไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้

5. สุนัขมีสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยเรื่องอื่นๆ ซึ่งต้องปรึกษาสัตว์แพทย์ เพื่อการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

6. เมื่อสัตว์แพทย์ได้ตรวจสุนัขแล้ว วินิจฉัยว่า สุนัขมีอาการขับถ่ายลำบากไม่มาก อาจจะให้สุนัขกินยาระบาย เพื่อช่วยหล่อลื่นและ
เพิ่มน้ำในอุจจาระให้อ่อนตัว สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น

7. ถ้าหากสุนัขไม่ขับถ่ายเป็นประจำ ซึ่งเจ้าของต้องรู้จักสังเกต หากสุนัขปวดเบ่งเป็นเวลานาน และไม่มีอุจจาระออกมา หรือออกมา
อย่างยากลำบาก หรือเบ่งจนมีเลือดออกมา จะต้องนำสุนัขไปปรึกษากับสัตว์แพทย์

8. เจ้าของควรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการเลี้ยงดูสุนัขเสียใหม่ โดยเลี้ยงดูอย่างถูกวิธีและถูกต้อง

ถึงแม้ว่า โรคท้องผูกจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะทำอันตรายต่อสุนัขให้ถึงแก่ชีวิตได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ปกติของสุนัข สร้างความรู้สึกกังวล
แก่เจ้าของและสุนัข ให้เกิดความอึดอัดและรำคาญใจเป็นอย่างมากเหมือนกัน ถ้าหากเจ้าของละเลย ก็อาจจะเกิดการสะสมของโรค
ร้ายแรงต่างๆ ตามมาในวันข้างหน้าได้

ตัวอย่างสุนัขของ “น้องเก๋”

"สวัสดีค่ะพี่อ๋อย ตอนนี้น้องปอมเค้าท้องผูกนะคะ ทำไงดีคะ ตอนนี้เค้ามีปัญหาท้องผูก แต่ก่อนไม่เป็น ไปหาหมอเค้าให้ยามากินแล้ว
ถึงจะอึ ถ้าไม่กินก็ไม่อึ ทำไงดีคะพี่ ช่วยด้วยนะคะ”

ในกรณีสุนัขของ “น้องเก๋” การกินยาเพื่อบังคับให้สุนัขอุจจาระออกมาในกรณีท้องผูก ถ้าหากไม่ได้กินยาสุนัขก็จะไม่ขับถ่าย เป็นการ
สร้างนิสัยที่ไม่ดีและไม่ถูกต้องให้แก่สุนัข สุนัขควรขับถ่ายได้เองด้วยระบบภายในที่ดี และมีความสมบูรณ์แข็งแรงด้วยสภาพของร่างกาย
ที่เป็นปกติ และการขับถ่ายที่เป็นเวลา จะทำให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอายุยืนยาว



ลูกสุนัขในบ้านพี่อ๋อย กำลังจะกินอาหารเม็ด วิตามิน ในสูตรของพี่อ๋อย


วันต่อมาเมื่อสุนัขของ “น้องเก๋” ได้กินอาหารเม็ด วิตามินในสูตรของพี่อ๋อยแล้ว “น้องเก๋” ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บของพี่อ๋อย ดังนี้

“อึแล้วค่ะ น้องอึแล้วหลังจากกลุ้มใจเลยเขียนมาปรึกษาพี่อ๋อย แล้วพอดีเจออาหารของเค้า (อาหารพี่อ๋อย) ยังเหลืออีกนิดนึง เลยเอามา
เป็นอาหารมื้อเย็นของน้อง พอเช้ามืดมาน้องก็อึไม่มีกลิ่นเหมือนเดิม ตอนนี้คงต้องไม่ละเลยเรื่องอาหารอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหา
เกิดขึ้นอีกเรื่อยไป ไม่โทษใคร ตัวเราเองที่แย่ เอาน้องฝากไว้กับคนอื่นไม่กินอาหาร วิตามินเหมือนเดิม ปัญหาท้องผูกเลยเกิดขึ้น คงไม่มี
วันนั้นอีกแล้ว ต่อแต่นี้คงไม่ต้องการยาระบายอีกแล้ว

เพราะพี่อ๋อยนี่แหละที่ช่วยน้องเค้า ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ ได้เข้ามาอ่าน อย่าละเลยอาหารแบบนี้นะคะ เค้ากินจนดี จนเราพอใจ อย่าหยุดกิน ให้เค้า
กินนะคะ อย่าหยุดเค้าเหมือนแบบนี้ แล้วต้องมานั่งกลุ้มใจแบบนี้ค่ะ.

....ขอขอบคุณพี่อ๋อยที่คอยให้คำปรึกษาตลอดมา.....”

ในสมัยที่พี่อ๋อยยังเด็กๆ อยู่ ขณะนี้พี่อ๋อยมีอายุ 64 ปีกว่าแล้ว พี่อ๋อยได้เคยสังเกตเห็นสุนัขตามบ้านหรือสุนัขสาธารณะ ชอบกินหญ้าคา
ซึ่งเป็นธรรมชาติของสุนัขที่ไม่มีใครดูแล สุนัขเหล่านี้จะต้องรู้จักธรรมชาติบำบัดในการดูแลสุขภาพของตัวเอง เพื่อความอยู่รอด สุนัขจะรู้ว่า
หญ้าคานี้เป็นพืชชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยของสุนัขได้เป็นอย่างดี ลักษณะของหญ้าคาจะเป็นใบยาวๆ สีเขียวๆ ซึ่งเป็น
ต้นหญ้าอยู่ตามท้องทุ่ง

เมื่อพี่อ๋อยเติบโตขึ้นจึงได้ความรู้ว่า ในหญ้าคามีคุณประโยชน์ของวิตามินช่วยปรับระบบการทำงานของลำไส้และช่วยในการขับถ่าย ถ้าหาก
สุนัขบางตัวมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เมื่อกินหญ้าคาเข้าไป จะช่วยกระตุ้นให้มีการขับอาหารหรือของเสียที่ค้างอยู่ในลำไส้และระบบทางเดิน
อาหารออกมา เมื่อสุนัขรู้สึกไม่สบายทำให้สุนัขสำรอกอาหารที่ไม่พึงประสงค์ออกมา ก็จะช่วยทำสุนัขตัวนั้น มีอาการดีขึ้น บางตัวขับถ่าย
ลำบากก็จะทำให้ขับถ่ายคล่องตัวขึ้น โดยที่สุนัขตามถนนสาธารณะเหล่านี้ ไม่ต้องพึ่งพาหรือรักษาชีวิตอยู่ได้

สุนัขไม่ขับถ่ายอุจจาระ เจ้าของถือเป็นเรื่องเดือดร้อนหรือไม่ปกติของสุนัข สร้างความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากตัวเจ้าของสุนัขเอง
ไม่ขับถ่ายหรือท้องผูก มักจะเป็นเรื่องธรรมดาว่า เกิดจากสภาพของร่างกายในเวลานั้น มีความไม่สมดุล ซึ่งคนสามารถแก้ไขปัญหาท้องผูก
ให้กับตัวเองได้ เช่น กินผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว กินอาหารรสจัด กินผลไม้ดอง หรือใช้ยาระบาย เพื่อช่วยในการขับถ่าย แต่ถ้าหากสุนัขไม่ขับถ่าย
อุจจาระจึงถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสุนัขทีเดียวนะคะ เพราะด้วยประโยคที่ว่า “รักสุนัขอย่างมากมายจริงๆ ค่ะ.....”
9  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / น้องปอมกินอาหาร วิตามิน ตามสูตรพี่อ๋อยได้ 4 วัน ขนน้องแน่นขึ้นมาก เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 12:03:56 PM
คำถามของน้อง aanntt

พี่อ๋อยคะ หนูอยู่เชียงใหม่ ที่ได้สั่งอาหารและวิตามินของพี่อ๋อย ไปเมื่อประมาน 4-5 วันที่แล้ว
ได้ให้น้องทานวิตามินครบ และเริ่มใช้แชมพูไป 1 ครั้ง เพราะตอนนั้นน้องเพิ่งฉีดวัคซีน
ทานไป 4 วัน ขนน้องแน่นขึ้นมากกเลยค่ะ


ถ่ายภาพก่อนเริ่มกินวิตามิน 1 วันค่ะ



ผ่านมา 4 วัน หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อย

คำถามของน้อง aanntt

น้องได้ทานผง 2 มื้อ น้ำ 4 มื้อค่ะ น้องชอบมาก ทานแล้วอึดีมากๆ ค่ะ เก็บง่าย ไม่เหม็นเลย แต่พอดีรู้สึกว่า ตอนนี้ขนที่หน้าน้อง
ดูแปลกๆ น่ะค่ะ ตรงระหว่างตา เลยอยากขอพี่อ๋อยช่วยดูหน่อยว่า เกิดจากการผลัดขนรึป่าวคะ




แล้วถ้าเป็นช่วงผลัดขน น้องจะต้องเพิ่มปริมาณวิตามินมั้ยคะ ตอนนี้น้องอายุ 3 เดือน 1 สัปดาห์ ค่ะ

คำตอบ

สุนัขของ "น้อง aanntt" อยู่ในวัยกำลังน่ารัก ซึ่งภาพแรกจะเห็นได้ว่า สุนัขมีขนเดิมอยู่ เมื่อได้บำรุงด้วยวิตามิน
ในสูตรของพี่อ๋อย ซึ่งเป็นการอัพเดทการบำรุงหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงขนของพี่อ๋อยมาเป็นเวลา 4 วัน ก็จะ
เห็นผลชัดเจนว่า สุนัขมีขนชั้นในหนาแน่น ฟูฟ่องขึ้นมาภายในเวลาที่รวดเร็ว

เจ้าของสุนัขจะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของขน ใบหน้า สีขน ที่ชัดเจนขึ้นคือ สุนัขจะมีขนหนาขึ้น ใบหน้า
สดใสสวยงาม สีขนที่เคยคล้ำๆ หรือขนดูหยาบกระด้างจะเปลี่ยนเป็น สีขนเป็นประกายงดงาม ขนนิ่ม และมีความสวยงาม
มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่ง "น้อง aanntt" คงจะได้เห็นแล้วว่า ได้บำรุงสุนัขมาเป็นเวลา 4 วัน สุนัขสวยขึ้น ถ้าหากบำรุงต่อไป
รวมทั้งอาบน้ำด้วยแชมพูสูตรของพี่อ๋อย เพื่อกระตุ้นต่อมขนและบำรุงขนให้ขนหนาขึ้น จะทำให้เห็นผลเป็นที่ประจักษ์แก่
สายตาในเวลาที่รวดเร็ว

สุนัขพันธุ์ปอมฯ โดยปกติจะผลัดขนเมื่ออายุประมาณ 2 เดือนครึ่ง ถึง 3 เดือนครึ่ง แต่สุนัขในบ้านพี่อ๋อยจะผลัดขนเร็ว
คืออายุ ประมาณ 2 เดือนกว่าๆ สุนัขจะเริ่มผลัดขนที่ใบหน้ามาก่อน และค่อยๆ ผลัดขนตามลำตัว หาง และขนที่ผลัด
จะค่อยๆ ร่วงลงไป พร้อมกับขนใหม่เกิดขึ้นมา

สุนัขพันธุ์ปอมฯ บางตัวขนร่วงรอบดวงตา ข้างจมูก 2 ข้าง เจ้าของสุนัขได้นำสุนัขไปพบสัตว์แพทย์ และได้รับการวินิจฉัย
คือ สุนัขเป็นเชื้อรา โดยการตรวจหลายๆ อย่างเช่น เจาะเลือด ขูดผิวหนังข้างจมูกไปตรวจ และผลสุดท้ายสุนัขต้องกินยา
ปฏิชีวนะ ประมาณ 7 - 10 วัน สุนัขก็ยังไม่หายจากอาการที่เป็นอยู่ เจ้าของสุนัขได้นำสุนัขมาพบพี่อ๋อย และได้นำ
ผลิตภัณฑ์บำรุงขนไปบำรุงให้แก่สุนัข ประมาณ 2 - 3 วัน สุนัขเริ่มมีขนใหม่ขึ้นมาที่ด้านข้างจมูกทั้งสอง และรอบดวงตา
ซึ่งมิใช่อาการเชื้อรา แต่เป็นลักษณะการผลัดขนของสุนัขพันธุ์ปอมฯ ถ้าหากได้รับการบำรุงขนใหม่จะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
แต่ถ้าไม่ได้บำรุง อาจจะต้องรอคอย ให้ขนใหม่ขึ้นมาเอง ซึ่งทำให้ไม่ทันใจเจ้าของสุนัขและสุนัขหมดความสวยงาม

สุนัขของ "น้อง aanntt" จะมีขนสวย หนาแน่น ฟูฟ่องอย่างรวดเร็วนั้น จะต้องบำรุงตามกติกาของพี่อ๋อยอย่างเคร่งครัด
และถ่ายภาพเพื่ออัพเดทพัฒนาการของสุนัขไว้อย่างต่อเนื่องนะคะ จะทำให้เห็นข้อเปรียบเทียบ "ก่อนใช้" และ "หลังใช้"
ผลิตภัณฑ์บำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อยได้อย่างชัดเจน จนทำให้รู้สึกว่า สุนัขสวยมหัศจรรย์จนจำสุนัขตัวเดิมไม่ได้ทีเดียวค่ะ

การให้สุนัขกินอาหารเม็ดในสูตรของพี่อ๋อยนั้น จะทำให้สุนัขขับถ่ายเป็นแท่ง เป็นก้อน ขับถ่ายอยู่ข้างๆ เจ้าของยังไม่ได้
กลิ่นอุจจาระของสุนัขเลยค่ะ และสุนัขจะขับถ่ายออกมาสีสวย เก็บง่าย ไม่มีอุจจาระดำ หรือขับถ่ายติดก้นอย่างเด็ดขาดนะคะ

สุนัขกำลังอยู่ในช่วงผลัดขน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสุนัข ผลัดขนดีกว่าไม่ผลัดขน เพราะถ้าหากเล็กๆ ไม่ผลัดขน และไป
ผลัดขนในตอนที่สุนัขโตขึ้น จะทำให้สร้างภาระและเกิดปัญหาแก่เจ้าของสุนัข

การบำรุงด้วยวิตามินสูตรของพี่อ๋อยนั้น ควรให้สุนัขกินเท่าเดิมก่อน แต่เมื่อสุนัขเริ่มมีขนใหม่ขึ้นมา ให้เพิ่มวิตามินเพื่อบำรุง
ให้สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาเร็วๆ โดยเพิ่มปริมาณอีก 1 เท่าตัว ตามฉลากที่ติดที่ขวดวิตามินหรือในแพ็ค เพราะจะทำให้สุนัข
สวยอย่างรวดเร็วค่ะ แต่จะต้องอาบน้ำตามคำแนะนำของพี่อ๋อยอย่างถูกต้องด้วยนะคะ รับรองว่า สุนัขจะสวยประทับใจ
เจ้าของอย่างไม่คาดคิดทีเดียวค่ะ
10  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / สีขนของสุนัขพันธุ์ปอม เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 11:54:46 AM
คำถามของน้อง เก๋

อยากสอบถามพี่อ๋อยค่ะ

พอดีอยากรู้ว่า ถ้าเราอยากได้สุนัขปอมตอนโต ที่มีสีขนเป็นสีส้ม หรือ สีน้ำตาล เรามีวิธีเลือกน้องเค้าตอนเด็กยังไงคะ
เอาแบบที่ตั้งแต่แรกคลอดเลยน่ะค่ะ (ถ้ามีตัวอย่างให้ดู ก็ดีน่ะค่ะ) เผอิญน้องที่บ้านเพิ่งออกมา เลยไม่รู้ว่าจะเลือก
ตัวไหนไว้ดีอ่าค่ะ ขอบคุณมากๆๆ นะคะ

คำตอบ

สุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่มีคุณภาพเกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีการวางโครงการและการวางแผนที่ดี คุณภาพของ
สายเลือดที่ดี หมายถึง การที่บรรพบุรุษในแต่ละรุ่นได้ถ่ายทอดความเข้มข้นของคุณภาพซึ่งจะมีโอกาสให้ลูกได้ดี
โดยมีโครงสร้างของยืนทางพันธุกรรมที่ดีๆ ให้กับลูกสุนัขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณจะต้องศึกษาอย่างจริงจัง โดยศึกษา
ถึงรูปร่างและลักษณะที่ถูกต้องตามมาตรฐานของพันธุ์ รวมทั้งการศึกษาถึงใบพันธุ์ประวัติ (PEDIGREE) ซึ่งจะ
เข้าใจถึงลักษณะเด่นและด้อยที่ถ่ายทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน ใบพันธุ์ประวัติจะเป็นใบที่บันทึกถึงการถ่ายทอดทาง
พันธุกรรมที่ดีของบรรพบุรุษในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งสายเลือดและการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะ
ทำให้ลูกสุนัขพันธุ์ปอมฯ มีคุณภาพของขนที่ดีและหนาแน่น และมีสีขนที่ถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์

สีขนของสุนัขจะเป็นสีใดก็แล้วแต่ เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษคือ พ่อ แม่ ของสุนัข
ตัวนั้น และสีขนของสุนัขจะมีสีสวย สดใส สีอ่อน สีเข้ม หรือสุนัขจะสวย หรือไม่สวย จึงขึ้นอยู่กับยีนที่ลูกสุนัขได้รับ
มาจากสายเลือดของพ่อและแม่ของสุนัขตัวนั้นเช่นกัน

สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน มีสีขนที่มีสีอยู่หลายสี หลายแบบ เช่น  สีทองออกส้มหรือสีผสม สีดำ สีน้ำตาล สีขาว และ
อาจจะมีสีอื่นร่วมอยู่ในบริเวณศีรษะของสุนัข ได้แก่สีเทา สีครีม สีแดง สีส้ม สีที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ สีใดๆ ก็ได้
ที่ขึ้นเป็นสีเดียวกันตลอดทั้งตัว เช่น จะเป็นสีพื้น แล้วมีสีเข้มหรือสีอ่อนแซมกระจายอย่างสม่ำเสมอก็ได้ หรืออาจจะ
มีสีที่อ่อน หรือแก่กว่าแซมอยู่ด้วย สุนัขที่มีสีเปรอะ หรือสีกระดำกระด่าง ถือว่าผิดมาตรฐาน

สีขนของสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่ได้รับการยอมรับและรับรองก็จะได้รับการพิจารณาในการตัดสินอย่างเท่าเทียมกันว่า เป็นสี
ของสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่เข้าประกวดสุนัขและได้รับการตัดสินจาก
คณะกรรมการนานาชาติ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ

สุนัขพันธุ์ปอมฯ ในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีสีที่แปลกๆ ให้ได้ชื่นชมกัน แม้แต่ในสนามประกวดสุนัขพันธุ์ปอมฯ ใน
ต่างประเทศก็ยังไม่ค่อยได้เห็นผู้ผสมพันธุ์สุนัขทั้งหลายนำสุนัขปอมฯ สีแปลกๆ สวยๆ มาลงประกวด เนื่องจากเป็น
สีที่หายาก สำหรับในประเทศไทย ผู้ที่เพาะพันธุ์สุนัขพันธุ์ปอมฯ ก็มักจะมีสีที่เห็นกันเป็นส่วนใหญ่ คือสี ORANGE,
CREAM, SABLE, WHITE, BLACK, BROWN, BLACK AND TAN, RED, PARTI เป็นต้น

การเลือกสีขนของลูกสุนัขพันธุ์ปอมฯ นั้น ถ้าต้องการความถูกต้อง แม่นยำ ควรที่จะได้รู้จักพ่อ แม่ ของลูกสุนัขตัวนั้น
เพื่อที่จะได้คัดเลือกลูกสุนัขให้ได้ตามสีขนที่เจ้าของสุนัขชอบ ซึ่งในตอนเด็กลูกสุนัขพันธุ์ปอมฯ ส่วนใหญ่ จะมีสีเข้ม
คือ สีดำเข้ม เมื่อลูกสุนัขผลัดขน จึงจะเห็นขนใหม่ที่แท้จริง แต่ถ้าหากลูกสุนัขเกิดจากพ่อแม่ที่มีสีขาว สีครีม สี
BLACK AND TAN ลูกสุนัขแรกเกิด จะมีสีออกขาว นวล หรือสี BLACK AND TAN ตั้งแต่เด็ก จะทำให้เห็นสีขน
ของลูกสุนัขได้อย่างชัดเจน ไม่มีผิดเพี้ยนตั้งแต่ลูกสุนัขแรกเกิด แต่ถ้าหากพ่อ แม่ของลูกสุนัขมีสีส้มปกติ ลูกสุนัข
จะมีสีดำเข้มตามสีของพ่อ แม่เช่นกัน

“น้องเก๋” มีความประสงค์ที่ได้เห็นถึงพัฒนาการของ “สีขน” ของสุนัขตั้งแต่ยังเล็กๆ พี่อ๋อยจึงได้นำตัวอย่างของ
ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยชื่อ “OIL'S SAMMY JOE THAT'S MY NAME” เพศผู้ ตั้งแต่ยังเล็กๆ จนกระทั่งเติบโต
และมีขนใหม่ สดใส ขึ้นมาทั้งตัว ดังตัวอย่างต่อไปนี้



ลูกสุนัขชื่อ “OIL'S SAMMY JOE THAT'S MY NAME” เพศผู้ อายุ 19 วัน



ลูกสุนัขชื่อ “OIL'S SAMMY JOE THAT'S MY NAME” เพศผู้ อายุ 33 วัน



ลูกสุนัขชื่อ “OIL'S SAMMY JOE THAT'S MY NAME” เพศผู้ อายุ 2 เดือน 4 วัน



ลูกสุนัขชื่อ “OIL'S SAMMY JOE THAT'S MY NAME” เพศผู้ อายุ 2 เดือน 18 วัน



สุนัขชื่อ “OIL’S SAMMY JOE THAT’S MY NAME” เพศผู้ เริ่มผลัดขนที่แผงคอ หน้าอก จนเห็นผิวหนังด้านใน เมื่ออายุ 3 เดือนครึ่ง



ภาพถ่ายด้านข้าง และด้านหน้า ขนใหม่ขึ้นมาทั้งตัว



สุนัขมีขนใหม่ ที่มองดูภาพโดยรวมทั้งตัวแล้ว ขนหนาแน่นขึ้นจากภาพถ่ายด้านบน



สุนัขชื่อ “OIL’S SAMMY JOE THAT’S MY NAME” เพศผู้ อายุ 9 เดือน ขนใหม่ขึ้นมาสวยงามทั้งตัว



สุนัขชื่อ “OIL’S SAMMY JOE THAT’S MY NAME” เพศผู้ อายุ 9 เดือน ขนหนาแน่น สวยงาม ฟูฟ่องทั้งตัว


ดังนั้นมาตรฐานของสายพันธุ์สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่คุณจะสามารถคัดเลือกสุนัขที่มีคุณภาพได้
แต่ต้องคำนึงว่า คนเรายังไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น จะไม่มีสุนัขตัวใดที่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง อาจจะ
มีข้อบกพร่องบ้าง แต่ควรเลือกซื้อสุนัขที่มีข้อบกพร่องน้อยที่สุด และไม่มีข้อบกพร่องที่ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม และ
มีลักษณะเด่นที่สามารถถ่ายทอดไว้ในสายเลือดต่อไปได้ สิ่งสำคัญที่สุดในการเลี้ยงคือ สุนัขจะต้องได้รับความรัก
ความเอาใจใส่ ความอบอุ่นอย่างเพียงพอจากคุณ เพื่อให้มีสุขภาพจิตที่ดี ใบหน้าสดใส ร่าเริง ยิ้ม หัวเราะได้ ควบคู่
กับการออกกำลังกายที่ดีด้วย และได้รับอากาศบริสุทธิ์อย่างพอเพียง นอกจากนี้ คุณก็จะได้เพื่อนๆ ซึ่งมาจากการเลี้ยง
สุนัข เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และมีความสำคัญมาก เพราะเราจะได้รับมิตรภาพ และสัมพันธภาพที่มีแต่ความประทับใจมิรู้ลืม..

สุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่คุณได้ชื่นชมและเลี้ยงดูอยู่นั้น ถึงแม้จะมีสีอะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นสุนัขที่มีสีที่คุณชื่นชอบและรักใคร่
อยู่ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องนำสีขนของสุนัขไปเปรียบเทียบกับสุนัขของคนอื่นๆ ว่า ทำไมสีขนของสุนัขของตนเอง
ไม่เหมือนกับสุนัขตัวนั้น ตัวนี้ สุนัขในแต่ละตัวต่างก็เกิดมาจากพ่อ แม่ และบรรพบุรุษที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่า จะเกิดมา
จากพ่อ แม่ หรือเป็นพี่น้องท้องเดียวกันมา ก็ยังมีสีขนที่ไม่เหมือนกันเลยค่ะ และที่สำคัญ คุณเป็นคนที่ตั้งใจที่จะนำ
สุนัขตัวนี้มาเลี้ยงด้วยความเต็มใจตั้งแต่แรกแล้ว ถึงอย่างไรเราก็ต้องดูแล และให้ความรักแก่สุนัขพันธุ์ปอมฯ ของเรา
ต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุดและตราบนานแสนนานใช่ไหมคะ......
11  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / อยากทราบเรื่องอาหารเม็ดสำหรับปอม เพราะคนขายบอก ไม่ควรให้ปอมตัวโต เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 11:49:17 AM
คำถามของน้อง ซูซู

ตอนนี้เลี้ยงปอมอายุ 54 วัน ให้อาหารเม็ด Royal Canin ผสมน้ำ พอดีอยากทราบว่า ตามหลักแล้ว ต้องให้เค้า
ทานประมาณกี่เม็ดคะ คนขายก็บอก ถ้าไม่อยากให้โต ต้องทานประมาณ 10 เม็ดผสมน้ำ ให้เม็ดมันฟองๆ กับ
กลูโคส 1 ช้อนชา 3 มื้อ ไม่ทราบว่า พอไหมคะ เพราะเค้าทานแต่ละทีเหมือนไม่อิ่มเลยค่ะ ยังไงรบกวนแนะนำด้วยค่ะ

มือใหม่อย่างแรงค่ะ

คำตอบ

อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารเม็ดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน  รวมทั้งมีความสมดุลของแร่ธาตุ และ
ไวตามินที่สำคัญต่อร่างกายของสุนัข เหมือนกับการที่คนเราต้องรับประทานอาหารต่อวันให้ครบ 5 หมู่ ประกอบด้วย
โปรตีน, ไขมัน, คาร์โบไฮเดรต, วิตามิน, เกลือแร่ และน้ำ และสารอาหารที่ได้รับนั้น ต้องอยู่ในอัตราส่วนและปริมาณ
ที่เหมาะสม



ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "KRU OBB GUUYNET" เพศผู้ อายุ 1 เดือนครึ่ง กำลังแย่งกันกินอาหารเม็ดผสมวิตามินบำรุงร่างกายในชาม


ถ้าหากลูกสุนัขขาดอาหารประเภทใดไป ลูกสุนัขก็จะมีการเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นโรคกระดูกอ่อน
ขนหลุดร่วงเร็วกว่าปกติ ฟันงอกช้า และร่างกายเจริญเติบโตไม่ได้สัดส่วนที่ดี หรือถูกต้องตามลักษณะสายพันธุ์ สุนัข
แต่ละวัยมีความต้องการของสารอาหารไม่เท่ากัน ซึ่งมีผลทำให้สุนัขมีกระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง สมบูรณ์ มีสุขภาพ
ขนที่ดีและมีคุณภาพ



ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "KRU OBB GUUYNET" เพศผู้ อายุ 1 เดือนครึ่ง กินอาหารเม็ดจนอิ่มแล้ว


อาหารสำเร็จรูปมีความสะอาด โดยผ่านกระบวนการในการผลิตมาอย่างดี และที่สำคัญประหยัด
เวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย อาหารสำเร็จรูปสามารถช่วยขัดฟันสุนัขให้ขาวสะอาดและแข็งแรงในขณะที่สุนัขขบเคี้ยว
สุนัขที่มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงหรือไม่นั้น อยู่ที่การเลี้ยงดูอย่างถูกต้องด้วยโภชนาการที่ดี มีคุณค่าครบถ้วนตามที่
ร่างกายของลูกสุนัขต้องการ



ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "KRU OBB GENA" เพศผู้ อายุ 1 เดือน กำลังกินอาหารในชาม อย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากชามอาหาร


สำหรับสูตรการเลี้ยงอาหารสำหรับสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยคือ การให้กินอาหารเม็ดชนิดเดียวโดยผสมรวมกับวิตามิน
บำรุงร่างกายในเวลาเช้า และวิตามินบำรุงขนในเวลาเย็น เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค และบำรุงให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรง
ซึ่งสุนัขจะได้กินอาหารเม็ดที่มีคุณค่าและครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เพื่อสร้างพลังงาน และให้ความเจริญเติบโตแก่
ร่างกาย กระดูก และที่สำคัญสุนัขพันธุ์ปอมฯ จะต้องมีโครงสร้างที่ดี มีคุณภาพของขนที่ดี และถูกต้องตามมาตรฐาน
สายพันธุ์


ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "OIL'S SWEET STRAWBERRY SHOT CAKE" อายุ 2 เดือน กำลังกินอาหารสำเร็จรูปในชามเดียวกัน

ตามสูตรของพี่อ๋อย อย่างเอร็ดอร่อย


ลูกสุนัขมักจะชอบแย่งกันกินอาหารเม็ดในจานเดียวกันด้วยความเอร็ดอร่อย ซึ่งหลังจากลูกสุนัขได้กินอาหารเม็ดจนอิ่ม
มากๆ เมื่อได้คลำดูที่ท้อง จะเห็นว่า ท้องของลูกสุนัขจะมีขนาดใหญ่ และพี่อ๋อยจะให้ลูกสุนัขกินอาหารจนอิ่มอย่าง
เพียงพอ ซึ่งลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยจะต้องกินอาหารเม็ดวันละ 4 มื้อ คือ เช้า กลางวัน เย็น และนอน เพราะลูกสุนัข
กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ถ้าหากลูกสุนัขได้รับอาหารไม่เต็มที่ จะทำให้ลูกสุนัขแคระแกรน และมีปัญหาในด้านสุขภาพ
การที่ลูกสุนัขสามารถกินอาหารเม็ดได้ดีนั้น เพราะ อาหารเม็ดมีความหอม อร่อย และชวนกิน ซึ่งเพียงเท่านี้ ลูกสุนัข
ในบ้านของพี่อ๋อยก็มีความแข็งแรง สมบูรณ์ และมีพัฒนาการในด้านการเจริญเติบโตที่ถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์



ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "KRU OBB GENA" เพศผู้ อายุ 1 เดือน กินอาหารในชามจนอิ่มมาก จึงนอนเอาคางเกยชามอาหาร



การเลี้ยงสุนัขแบบให้กินอาหารแบบ "นับเม็ด" ในการกิน เป็นการเลี้ยงสุนัขโดยจำกัดการกินอาหารเพียงเพื่อเกรงว่า
“ลูกสุนัขจะโต” การบีบอาหารให้แก่สุนัข จะเห็นผลชัดเจนเมื่อสุนัขเติบโตขึ้น คือ ระบบภายในไม่สมบูรณ์ รูปร่างเล็ก
ขาเล็ก ใบหน้าไม่สดใส สุขภาพไม่แข็งแรง เจ็บป่วยได้ง่ายๆ ภูมิต้านทานไม่มี



ลูกสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย อายุ 1 เดือน กินอาหารเม็ดในสูตรของพี่อ๋อยจนอิ่มแล้ว ต่างแยกย้ายกันนอนหลับอย่างมีความสุข


ถ้าหาก “น้อง TONIC“ มีลูกเล็กๆ กำลังเริ่มรับประทานอาหารได้ แต่แม่ได้จำกัดการป้อนอาหารให้แก่ลูกของตนเอง
ด้วยการนับเม็ดข้าวในการให้ลูกทานอาหารแต่ละมื้อ ลองคิดคำนึงถึงความจริงและความถูกต้องว่า คงไม่มีแม่คนใด
ที่เลี้ยงลูกที่กำลังมีความเจริญเติบโต โดยบีบอาหารให้กินน้อยๆ เพื่อลูกจะได้ไม่ต้องมีรูปร่างที่สมบูรณ์ และแข็งแรง

การที่ลูกสุนัขจะมีโครงสร้างและความสมบูรณ์ หรือมีความสวยงามถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์เพียงใดนั้น อยู่ที่
สายเลือดและพันธุกรรมของสุนัขตัวนั้น ถ้าหากเปรียบกับพี่อ๋อยเกิดจากพ่อและแม่ที่มีโครงสร้างเล็ก ตัวเตี้ย พี่อ๋อย
จะต้องได้รับยีนที่ตัวเล็ก ตัวเตี้ยมาจากบรรพบุรุษ โอกาสที่จะมีรูปร่างสูงโปร่งขนาดนางสาวไทย คงจะเป็นไปไม่ได้
ถึงแม้จะรับประทานอาหารมากมายเพียงใด ก็จะมีโครงสร้างตามพันธุกรรมเช่นกัน


ลูกสุนัขของแม่ชื่อ "OIL'S SWEET STRAWBERRY SHOT CAKE" อายุ 1 เดือนครึ่ง กำลังกินอาหารเม็ด


การที่เจ้าของสุนัขได้ซื้อสุนัขมาตั้งแต่ยังเล็กๆ อยู่นั้น จึงต้องทำใจที่จะต้องได้เห็นสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่เราเลี้ยงดูมานั้น
ในวันข้างหน้าจะมีรูปร่างอย่างไร เพราะผู้ขายต้องการขายตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขอยู่ ดังนั้น ผู้เลี้ยงมือใหม่ทั้งหลาย
จึงมักจะได้รับความรู้ที่ไม่ถูกต้องในการเลี้ยงดู และจะต้องมาศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง แทนที่จะได้รับความรู้ที่มี
ประโยชน์ หรือผู้ขายสามารถเป็นพี่เลี้ยงในการให้คำแนะนำ แก่ผู้ที่หลงใหลในการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ ได้

ดังนั้น จึงเป็นทางเลือกของเจ้าของสุนัขที่จะเลี้ยงสุนัขแบบจำกัดอาหาร และสุนัขมีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือจะเลี้ยง
สุนัขอย่างถูกต้อง ซึ่งเจ้าของสุนัขสามารถเลี้ยงสุนัขที่มีคุณภาพได้ แต่ต้องคำนึงว่า คนเรายังไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น จะไม่มีสุนัขตัวใดที่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง อาจจะมีข้อบกพร่องบ้าง แต่ควรเลือกซื้อสุนัขที่มี
ข้อบกพร่องน้อยที่สุด และไม่มีข้อบกพร่องที่ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม และมีลักษณะเด่นที่สามารถถ่ายทอดไว้ใน
สายเลือดต่อไปได้ สิ่งสำคัญที่สุดในการเลี้ยงคือ สุนัขจะต้องได้รับความรัก ความเอาใจใส่ ความอบอุ่นอย่างเพียงพอ
จากเจ้าของสุนัข เพื่อให้มีสุขภาพจิตที่ดี ใบหน้าสดใส ร่าเริง ยิ้ม หัวเราะได้ ควบคู่กับการออกกำลังกายที่ดีด้วย และ
ได้รับอากาศบริสุทธิ์อย่างพอเพียง
12  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / การฝึกลูกสุนัขให้ขับถ่ายให้เป็นที่ และการฝึกจูงลูกสุนัข เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 11:29:02 AM
คำถามของน้อง Joob'

พอดีนู๋เพิ่งจะเริ่มเลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ตอนนี้น้องอายุได้ 2 เดือนแล้วค่ะ นู๋เริ่มฝึกน้องเค้าบ้างนิดหน่อย
แต่เหมือนน้องเค้าจะไม่สนใจเลยค่ะ ทำผิดซ้ำๆ ตลอด เรื่องถ่ายไม่เป็นที่ ฉี่ไม่เป็นเวลา ฉี่บ่อยมากๆๆ เลยค่ะ

ส่วนเรื่องสายจูง น้องเค้าก็จะยอมให้จูงแป๊บเดี๋ยว เหมือนพอเค้าเบื่อ หรือไม่อยากเดินก็จะนั่งเฉยๆ พอเรากระตุกเชือก
ก็จะร้องใหญ่เลยอะค่ะ

รบกวนขอคำแนะนำในการฝึกน้องหมา ให้มีระเบียบเหมือนน้องหมาของพี่อ๋อยพอจะได้บ้างมั้ยคะ

คำตอบ

การขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทางของสุนัขเป็นเรื่องธรรมชาติของสุนัข แต่ถ้าหากสุนัขได้รับการอบรมสั่งสอน หรือได้รับการดูแลเอาใจใส่
จากเจ้าของที่มีเวลาให้กับสุนัขพอสมควร ก็จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการขับถ่ายที่ไม่เป็นที่เป็นทางของสุนัขได้ จึงเป็นเรื่องไม่ยาก
แต่ต้องใส่ใจ เจ้าของจะต้องมีความเพียรและมีความอดทนในการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับสุนัขของตนเอง

การสอนการขับถ่าย ควรจะสอนตั้งแต่สุนัขมีอายุได้ประมาณ 2 เดือน ซึ่งยังเป็นลูกสุนัขอยู่ จึงง่ายต่อการที่ลูกสุนัขจะมีความจดจำ
แต่ถ้าหากฝึกสุนัขเมื่อสุนัขของคุณมีอายุมากจนเกินไป ก็จะทำให้สุนัขเกิดความเคยชิน และทำให้การสอนของคุณต้องใช้เวลานาน
มากขึ้น ซึ่งเจ้าของสุนัขเองอาจจะหมดความอดทนและความพยายามเสียก่อนก็ได้ ถ้าหากสุนัขต้องการขับถ่าย ณ สถานที่นี้ เจ้าของ
ก็ควรนำหนังสือพิมพ์ หรือผ้าสำหรับรองการขับถ่ายมาวางไว้ สุนัขบางตัวเมื่อเติบโตขึ้น เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ต้องการ
ความเป็นผู้นำ ต้องการสร้างอาณาเขต

สุนัขเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น คืออายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป จนถึงประมาณ 1 ปี อาจจะทำให้การขับถ่ายผิดพลาดได้ การขับถ่ายที่เคย
แม่นยำ ก็อาจจะลืมไปบางขณะ วิธีแก้ไขก็คือ ฝึกการขับถ่ายเสียใหม่ เพราะถ้าหากสุนัขเติบโตขึ้น สุนัขเคยขับถ่ายตรงไหน ก็จะ
ขับถ่ายตรงนั้น เจ้าของจะไม่เข้าใจในเรื่องพฤติกรรมธรรมชาติของสุนัข เมื่อไม่เข้าใจ จึงแก้ไขไม่ถูกจุด ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ จึงเป็น
สาเหตุทำให้สุนัขนิสัยเสีย เรื่องของนิสัยสุนัขหรือพฤติกรรมของสุนัขจะดีหรือไม่ดีนั้น จึงขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงเป็นสำคัญ ซึ่งผู้เลี้ยงจะต้อง
ฝึกฝน อบรมและสั่งสอนว่า สิ่งใดที่สุนัขประพฤติปฏิบัติได้ หรือสิ่งใดไม่ควรทำ สุนัขก็เหมือนกับเด็กเล็ก ๆ ถ้าหากเจ้าของรักและ
ตามใจมาก สุนัขก็จะกลายเป็นสุนัขที่นิสัยเสียได้ง่าย ๆ ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่ดีต่าง ๆ ที่สุนัขแสดงออกนั้น ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไข
อย่างทันท่วงที ก็จะเกิดเป็นปัญหาที่แก้ไขลำบากและสุนัขจะเกิดความคุ้นเคยในการปฏิบัติตนที่ผิด ๆ มาตลอดเวลา ท่าทางที่สุนัขแสดง
หรือบ่งบอกว่า ต้องการขับถ่ายคือ การดมกลิ่นตามพื้นพร้อมกับสุนัขจะหมุนตัวและวิ่งเป็นวงกลม เมื่อคุณทราบอาการดังกล่าวแล้ว
ควรจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อม เจ้าของจะต้องรีบอุ้มสุนัขไปยังบริเวณที่ได้จัดเตรียมไว้ ทำเช่นนี้ประมาณ 3 – 4 ครั้ง หรือมากกว่านี้
จนกว่าสุนัขของคุณจะสามารถทำได้ ถ้าหากสุนัขแสดงท่าทางขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทางอีก ควรออกคำสั่งสั้น ๆ ว่า “หยุด” สุนัขจะ
หยุดพฤติกรรมนั้นทันที คุณจึงควรนำสุนัขไปยังสถานที่ที่คุณเตรียมให้กับสุนัขในการขับถ่าย

ในการสอนการขับถ่ายควรใช้คำพูดสั้น ๆ เช่น “ไปอึ” ไม่นานนักสุนัขก็จะเคยชินและไปขับถ่ายยังที่เดิม เมื่อสุนัขถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ควรได้รับคำชมทันทีพร้อมกับการลูบที่ศีรษะอย่างเบา ๆ จะทำให้สุนัขได้เรียนรู้ว่า เค้าทำถูกต้องแล้ว  การกินอาหารให้เป็นเวลาจะเป็น
การสร้างนิสัยให้สุนัขมีการขับถ่ายที่เป็นเวลาไปด้วย ทำให้เจ้าของสามารถรู้เวลาในการขับถ่ายของสุนัขได้ ซึ่งคุณจะต้องทราบถึงช่วง
เวลาหลัก ๆ ที่สุนัขของคุณจะขับถ่าย เช่น ตื่นนอนตอนเช้า หลังอาหาร และก่อนนอน

การฝึกการขับถ่ายจะมีวิธีฝึกในสถานที่ ดังนี้

1. ฝึกให้ขับถ่ายในสนามหญ้า วิธีนี้จะสามารถทำให้ง่าย เพียงแต่คุณนำสุนัขไปยังสนามหญ้า แล้วรอให้สุนัขทำกิจธุระให้เสร็จ ซึ่งจะ
ทำให้สะดวก และทำความสะอาดได้ง่าย


2. ฝึกให้ขับถ่ายบนแผ่นรองซับ ซึ่งแผ่นรองซับจะดีกว่ากระดาษหนังสือพิมพ์ เหมาะสำหรับสุนัขและเจ้าของที่รักความสะอาดและมีระเบียบ
วินัย แผ่นรองซับจะสามารถดูดซับความชื้นไว้ได้ และไม่ทำให้ที่อยู่อาศัยสกปรก


นายแบบเป็นสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยชื่อ "THAILAND CHAMPION OIL'S BROWN SUGAR"


3. ฝึกให้ขับถ่ายในกรง ซึ่งจะสะดวกในการเก็บล้างหรือทำความสะอาด เมื่อสุนัขขับถ่ายแล้วสามารถมองเห็นและนำถาดรองไปล้าง
ทำความสะอาดได้ง่าย เมื่อเจ้าของไม่อยู่บ้านหรือต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ทำให้เจ้าของไม่สามารถเฝ้าระวังการขับถ่ายของสุนัขได้
ก็ควรนำสุนัขไปไว้ในกรงแทน

4. ฝึกให้ขับถ่ายบนหนังสือพิมพ์ การฝึกการขับถ่ายบนหนังสือพิมพ์เหมาะสำหรับผู้ที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่มีที่จำกัด เช่น เลี้ยงสุนัข
ไว้ในคอนโด หอพัก หรือห้องที่ไม่มีที่กว้างขวางนัก ซึ่งคุณจะต้องเตรียมหนังสือพิมพ์ให้มีขนาดใหญ่ ปูพื้นแล้วมีพื้นที่กว้าง ๆ เพื่อ
เป็นการเผื่อว่า สุนัขอาจจะหย่อนตุ๋มลงไปบนกระดาษหนังสือพิมพ์แล้ว อาจจะไม่ลงในตำแหน่งพอดี เมื่อสุนัขขับถ่ายแล้วจะมีกลิ่นฉี่เดิม
ของสุนัขยังหลงเหลืออยู่ ช่วงที่ฝึกแรก ๆ ไม่ควรทำความสะอาดและเก็บหนังสือพิมพ์หมด ให้เหลือกลิ่นไว้บ้าง ซึ่งเจ้าของจะต้อง
หมั่นนำสุนัขมาขับถ่ายที่เดิมทุก ๆ ครั้ง สุนัขของคุณก็จะสามารถขับถ่ายบนกระดาษหนังสือพิมพ์ได้อย่างแม่นยำ สุนัขส่วนใหญ่จะใช้
เวลาประมาณ 5 - 10 นาที ในการเดินวนเวียนและดมกลิ่นรอบ ๆ สถานที่ขับถ่าย เจ้าของควรจะรอเพื่อสังเกตพฤติกรรมของสุนัขว่า
เป็นไปตามที่เจ้าของต้องการหรือไม่ และระหว่างที่เจ้าของรอให้สุนัขขับถ่ายอยู่นั้น ต้องพยายามทำให้สุนัขมีใจจดจ่ออยู่กับการขับถ่าย
ซึ่งเจ้าของจะต้องไม่เล่นกับสุนัขหรือพูดคุยกับสุนัข เพราะจะทำให้สุนัขเสียสมาธิ จึงควรใช้ความเงียบและความนิ่ง จนกว่าสุนัขจะ
ขับถ่ายแล้วเสร็จ ดังนั้น บริเวณที่ฝึกให้สุนัขขับถ่าย จึงควรจะเป็นที่ประจำ ซึ่งจะทำให้สุนัขสามารถจดจำได้อย่างรวดเร็ว และเกิด
ความเคยชินต่อสถานที่ในการขับถ่าย

5. ฝึกให้ขับถ่ายในห้องน้ำ การให้สุนัขขับถ่ายที่พื้นห้องน้ำ จะทำให้การทำความสะอาดง่าย ถ้าหากสุนัขปัสสาวะ เจ้าของอาจจะ
ราดด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือราดน้ำเปล่าเพื่อทำความสะอาดก็เป็นการสะอาดเพียงพอแล้ว

เจ้าของสุนัขควรจะฝึกฝนสุนัขให้ต่อเนื่อง จนสุนัขเกิดความเคยชินกับสถานที่ขับถ่ายแล้ว จึงจะเลิกการฝึก เจ้าของสุนัขบางคนฝึกสุนัข
ในเวลาเพียง 1 – 2 วัน ซึ่งเป็นเวลาค่อนข้างรวดเร็วเกินไป สุนัขบางตัวยังไม่สามารถปฏิบัติได้ บางตัวก็สามารถจดจำได้อย่างรวดเร็ว
เจ้าของจึงมีหน้าที่สังเกตสุนัขของตนว่า มีพฤติกรรมอย่างไร แล้วจึงค่อย ๆ แก้ไขให้สำเร็จในแต่ละเรื่อง ซึ่งเป็นการไม่ยากเกินความ
สามารถของเจ้าของนะคะ

การฝึกสุนัขขั้นพื้นฐานควรจะเริ่มฝึกได้เมื่อสุนัขมีอายุน้อยๆ อยู่ เพราะลูกสุนัขจะที่มีอายุอยู่ในช่วงต้นๆ ของความเป็นลูกสุนัข
จะสามารถฝึกหัดได้อย่างง่ายๆ ซึ่งสุนัขพันธุ์ปอมฯ จะเป็นสุนัขที่มีความฉลาด มีไหวพริบ และมีความจำได้เป็นอย่างดี ในการที่
จะสามารถฝึกให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่งได้อย่างง่ายๆ  



พี่อ๋อย อายุ 59 ปี กำลังฝึกโพสต์ท่าให้สุนัขชื่อ "OIL'S BABY I AM HERE TO STAY (ซู่ซ่า) อายุ 4 เดือน 22 วัน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555


สุนัขที่ผ่านการฝึกฝนอบรมมาแล้ว จะเป็นสุนัขที่มีระเบียบวินัย น่ารัก และเป็นสุนัขที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเจ้าของสุนัขที่ใกล้ชิด
สุนัขจะสามารถรับรู้ได้ว่า ตัวสุนัขเองก็รู้สึกมีความสุขในการฝึกฝนบทเรียนในแต่ละวัน ซึ่งสุนัขสามารถปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าของ
สุนัข ได้เป็นอย่างดี เมื่อใครๆ ได้พบเห็นสุนัข จะทำให้สุนัขเป็นที่ชื่นชมและสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็น
สิ่งที่ทำให้เจ้าของสุนัขรู้สึกมีความสุข ที่สุนัขของตนเองเป็นสุนัขที่มีคุณภาพ



พี่อ๋อย เป็นกรรมการตัดสินการประกวดสุนัขที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555 กำลังชมสุนัขเตรียมตัวโพสต์ท่า


ผู้ที่ได้เห็นสุนัขประกวดโพสต์ท่าอยู่ในสนามประกวด อาจจะคิดว่า การฝึกสุนัขเป็นการฝึกง่ายๆ ไม่ยากเย็นแต่ประการใด เพราะสุนัข
ยืนนิ่งๆ ได้อย่างสวยงาม แต่ไม่ทราบว่า เบื้องหลังของความสำเร็จนั้น จะมีต้องมีสิ่งใดบ้างที่ทำให้ผู้ฝึกสุนัขโพสต์ท่าประสบความ
สำเร็จ ดังนั้น จึงต้องใส่ใจและใคร่รู้ เพื่อความถูกต้องในการปฏิบัติต่อสุนัข

การที่ “น้อง Joob” ต้องการฝึกจูงสุนัขพันธุ์ปอมฯ เป็นเรื่องของการฝึกสุนัขเพื่อการประกวด ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
ในการที่จะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการฝึกฝนสุนัข แต่ถ้าหากสุนัขที่เราเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนเล่น หรือเลี้ยง
โดยที่มิได้มุ่งหวัง เพื่อการประกวดสุนัข ควรจะฝึกสุนัขด้วยวิธีอื่นๆ จะดีกว่า เช่น การฝึกให้สุนัขสวัสดี การฝึกให้สุนัข
เชื่อฟังคำสั่ง นั่ง หมอบ คอย หรือฝึกสุนัขให้สุนัขรู้จักการคาบตะกร้า การฝึกสุนัขให้เก็บลูกบอล เป็นต้น ซึ่งจะเป็นเรื่อง
ที่ง่ายๆ กว่า

การฝึกสุนัขจะต้องมีวิธีในการฝึก ดังนี้

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องมีความรักสุนัข มีความใจเย็น มีอารมณ์ที่ดี มีความขยัน อดทน แน่วแน่ เข้มแข็ง มุ่งมั่น
ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค มีความตั้งใจ มีความเพียรพยายามสูง มีใจที่อยากจะฝึกสุนัขอย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจ มีจิตสำนึก
และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในการที่จะฝึกสุนัข

- ต้องฝึกฝนตนเองให้มีระเบียบวินัยก่อน จึงจะสามารถฝึกสุนัขได้ เช่น การตื่นนอนตั้งแต่เวลา 05.00 น. และเข้านอน
ในเวลา 24.00 น. เพราะในเวลาเช้าตรู่จะเป็นเวลาที่ทั้งคนและสุนัข ได้รับการพักผ่อนนอนหลับมาอย่างเพียงพอแล้ว
จะทำให้ร่างกายสดชื่น และมีความตื่นตัวในการที่จะฝึกฝน อีกทั้งการฝึกในเวลาดึกที่มีบรรยากาศที่ดี จะทำให้สุนัขมี
ความสดชื่น ซึ่งพี่อ๋อยจะฝึกสุนัขในเวลาเช้าตรู่และเวลาดึกประมาณ 21.00 – 24.00 น. หลังจากที่พี่อ๋อยเลิกจาก
งานประจำแล้ว

- ผู้ฝึกฝนสุนัขควรฝึกสุนัขด้วยหัวใจ ด้วยความรัก ด้วยความอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยบทเรียนที่เข้มงวด เพื่อให้สุนัข
ปฏิบัติด้วยความเต็มใจ

- การฝึกสุนัขจะต้องรู้วิธีการสอนให้สุนัขสามารถจัดท่ายืนของตัวเองให้ถูกต้อง และสวยงามของร่างกาย เพื่อสามารถ
แสดงจุดเด่นของสุนัขให้ผู้ชมยอมรับ

- การฝึกฝนสุนัขนั้น เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกจะต้องทุ่มเทเวลาอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขสามารถ
ค้นพบแนวทางสู่ความสำเร็จร่วมกัน และสร้างความเชื่อมั่น ความสุขให้แก่กันและกัน

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกจะต้องมีความพร้อมที่จะสามารถทำให้สุนัขเป็นที่ประทับใจ และสุนัขสามารถหยุดการเคลื่อนไหว
ได้อย่างทันที โดยที่สุนัขจะต้องยืนอยู่บนเท้าทั้งสี่เท้าได้อย่างมั่นคงและสมดุล

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องสามารถพัฒนาให้สุนัขตอบสนอง เมื่อได้รับการฝึก ซึ่งผู้ฝึกจะต้องสามารถควบคุมสุนัข
ให้ปฏิบัติตามคำสั่งได้ และควบคุมให้สุนัขสามารถแสดงความสวยงามของร่างกาย ในส่วนที่ดีที่สุดออกมาให้ผู้ชมได้
ประจักษ์

- การฝึกสุนัขจะทำให้ผู้ฝึกสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ฝึกจะได้รับประสบการณ์มากขึ้นด้วย

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องศึกษา และใฝ่หาความรู้ในเรื่องการฝึกสุนัขให้เข้าใจเป็นอย่างดี เพื่อจะได้ทราบถึง
พื้นฐานและขั้นตอนในการฝึกสุนัข ควรจะฝึกอย่างไร เริ่มต้นอย่างไร เพราะถ้าไม่รู้จักแนวทางในการฝึกสุนัข จะทำให้
การฝึกสุนัขเกิดความสับสน หรือสุนัขไม่สามารถเข้าใจในการที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ฝึกได้

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดในการฝึกให้กับสุนัข โดยฝึกสุนัขตลอดเวลา ฝึกสุนัขอย่าง
สม่ำเสมอ และการฝึกสุนัขจะต้องตรงต่อเวลา จะเป็นการสร้างนิสัยให้กับตัวเองและสุนัข เพราะนั่นคือ การฝึกหัด
ขั้นต้นที่จะพัฒนาบุคลิกภาพของทั้งคนและสุนัขให้ดีขึ้น

พี่อ๋อยจะฝึกฝนสุนัขตลอดเวลา เมื่อมีเวลาและมีโอกาส เช่น สุนัขจะต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้า คือเวลา 05.00 น. ซึ่งสุนัข
ในบ้านของพี่อ๋อยจะตื่นนอนในเวลาเช้าพร้อมๆ กับพี่อ๋อย สุนัขจะต้องเริ่มต้นบทเรียนในแต่ละวัน เพื่อฝึกการยืน การเดิน
และการโพสต์ท่า ซึ่งตลอดเวลาใน 1 วัน สุนัขจะต้องได้รับการฝึกเป็นระยะๆ หรือฝึกในระยะสั้นๆ ไม่เกิน 10 นาทีต่อครั้ง
จนกระทั่งถึงเวลา 20.00 น.

เมื่อพี่อ๋อยเดินทางไปในที่ต่างๆ พี่อ๋อยจะนำสุนัขนั่งรถไปด้วย ฝึกสุนัขในขณะที่สุนัขอยู่ในรถ อยู่บนโต๊ะ อยู่ที่ตลาด
แม้แต่ในห้องนอน ในห้องน้ำ ขณะที่พี่อ๋อยแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน พี่อ๋อยก็จะนำสุนัขมาฝึกอยู่เสมอๆ นอกจากนี้
พี่อ๋อยได้นำสุนัขไปฝึกการจูงเดินที่ทำงานทุกๆ วัน ซึ่งพี่อ๋อยจะให้ความสำคัญและความสนใจแก่สุนัข ที่ต้องการจะฝึก
เป็นอย่างมาก

การฝึกสุนัข

- โดยปกติแล้วสุนัขที่ควรฝึกการโพสต์ท่า จะต้องเป็นสุนัขที่ถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์ และเจ้าของสุนัขมีจุดประสงค์
ที่จะนำสุนัขเข้าร่วมการประกวดสุนัข หรือเจ้าของสุนัขเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่ในวงการสุนัขพันธุ์ปอมฯ หรือ เป็นผู้ฝึกสุนัข
เพื่อการประกวด และสุนัขจะต้องมีสายเลือดของบรรพบุรุษที่เข้มข้นในการประกวด เพราะลูกสุนัขจะได้รับการถ่ายทอด
สายเลือดที่ดีมาจากบรรพบุรุษ ที่จะทำให้ลูกสุนัขประสบความสำเร็จตามแนวทางของบรรพบุรุษได้เป็นอย่างดี

- สุนัขจะต้องมีอารมณ์และจิตใจที่ร่าเริง แจ่มใส และไม่มีความตื่นกลัว หรือแสดงความหวาดระแวง ขี้ขลาด ตัวสั่น คอตก
หางตก ต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งสุนัขที่แสดงอาการดังกล่าวนี้ จะทำให้ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการฝึกฝน หรือฝึก
การโพสต์ท่าได้



สุนัขกำลังโพสต์ท่าให้พี่อ๋อย ซึ่งเป็นกรรมการตัดสินการประกวดสุนัขที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555 ได้ชมอย่างสวยงาม


- ควรฝึกสุนัขให้มีสมาธิก่อนที่จะฝึกให้สุนัขรู้จักการโพสต์ท่า เพราะถ้าสุนัขมีกิริยาซุกซน ชอบเล่นตลอดเวลา ไม่นิ่ง
ไม่มีสมาธิ จะทำให้สุนัขไม่สามารถฝึกการโพสต์ท่าได้

- สุนัขต้องรู้จักชื่อตัวเอง โดยเจ้าของหรือผู้ฝึกเป็นผู้เรียกชื่อสุนัข เพื่อควบคุมให้สุนัขอยู่ในคำสั่งและระเบียบวินัย



พี่อ๋อย นำสุนัขชื่อ "OIL'S BABY I AM HERE TO STAY (ซู่ซ่า) อายุ 4 เดือน 22 วัน ไปฝึกจูงเดินที่ทำงาน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555


- การก้าวเดินของผู้ฝึกสุนัข ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่จะต้องก้าวเดินด้วยจังหวะที่ผสมผสานไปพร้อมกับการก้าวเดิน
ของสุนัข

- การที่สุนัขจะเคลื่อนไหวอิริยาบถ เช่น การเดิน การยืน จะทำได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนที่ดี  ซึ่งสุนัขจะต้องมี
โครงสร้างของร่างกายและการยืน การเดินที่สวยงาม เพื่อแสดงออกถึงความสวยงามของสุนัขพันธุ์ปอมฯ มิใช่ฝึกสุนัข
เพื่อแสดงถึงจุดด้อยหรือข้อบกพร่องให้เห็น เช่น โครงสร้างที่ผิดมาตรฐาน หรือไม่มีความถูกต้องและไม่ได้ตามลักษณะ
ของสายพันธุ์

- การฝึกสุนัขเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเข้าสงคม เพื่อสร้างนิสัยของสุนัขให้มีความคุ้นเคยกับสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ
รวมทั้งคนแปลกหน้า ซึ่งจะทำให้สุนัขสามารถเข้ากับทุกๆ คนได้ง่าย

- การฝึกสุนัขจะได้ผลมากน้อยเพียงใด ให้ดูที่ความพร้อมของสุนัข และการฝึกสุนัขเป็นประจำจะทำให้เจ้าของและ
สุนัขประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังทำให้สุนัขรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสามารถแก้ไขพฤติกรรมต่างๆ ของ
สุนัขได้ เช่น การไม่รู้จักรับฟังคำสั่ง การเอาแต่ใจตัวเอง

- สุนัขจะต้องฝึกฝนอย่างหนักในเรื่องของการพัฒนาบุคลิกภาพ ให้สุนัขมีความนิ่งให้มากๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าของ
สุนัขหรือผู้ฝึก

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องฝึกให้สุนัขสามารถเข้าสายจูงให้ได้ จะทำให้สามารถควบคุมสุนัขได้ ซึ่งการสวม
สายจูงสุนัขให้อยู่ในคอของสุนัขนั้น สุนัขบางตัวไม่ยอมใส่สายจูง ดิ้น หรือการรั้งสายจูง ซึ่งเป็นการฝึกขั้นพื้นฐานและ
เป็นส่วนประกอบในการที่จะฝึกสุนัขให้โพสต์ท่าได้ เพื่อที่จะฝึกสุนัขในเรื่องอื่นๆ ต่อไป

- เมื่อสุนัขคุ้นเคยกับการใส่สายจูงแล้ว จึงจะฝึกขั้นตอนต่อไป คือ ฝึกการยืน การเดิน การวิ่ง และการหยุดอยู่กับที่
เพราะการฝึกสุนัขให้โพสต์ท่า ควรเริ่มต้นตามลำดับขั้นตอน มิใช่อยากจะฝึกโพสต์ท่า เจ้าของสุนัขเริ่มต้นจากการ
โพสต์ท่าก่อน ซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนภายหลัง ทำให้การฝึกสุนัขมีการข้ามขั้นตอน หรือลำดับในการปฏิบัติต่อสุนัข
เกิดความสับสน

- การจูงสุนัขโดยใช้สายจูง ควรให้สุนัขอยู่ทางด้านซ้ายมือของเจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึก เมื่อเจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกเรียก
ชื่อสุนัข จะทำให้สุนัขโพสต์ท่ามองเจ้าของหรือผู้ฝึกได้อย่างสวยงาม ซึ่งเจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกจะต้องปฏิบัติซ้ำๆ บ่อยๆ
จนกระทั่งสุนัขจดจำได้ การฝึกสุนัขจึงควรจะกระทำในเวลาที่น้อยที่สุดเท่าที่สุนัขจะสามารถทนได้ หรือยอมรับได้

สุนัขบางตัวเมื่อยืนต่อหน้าเจ้าของสุนัข จะแสดงกิริยาหวาดระแวง กลัว ตัวสั่น คอตก ไหล่ตก หางตกหรือใบหูลู่ลง
ไม่แสดงอาการตอบรับ หรือโพสต์ท่าเพื่อมองเจ้าของหรือผู้ฝึก เมื่อสุนัขมีอาการดังกล่าว จะทำให้สุนัขไม่สามารถ
โพสต์ท่าได้ เพราะความกลัวที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพทางด้านจิตใจของสุนัข ที่ค่อนข้างแก้ไขได้ยาก เพราะสุนัขเกิด
ติดเป็นนิสัยแล้ว

การจูงสุนัขเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่ผู้จูงสุนัขสามารถที่จะพัฒนาตนเองให้มีลักษณะที่ดีขึ้นได้ ซึ่งอยู่ที่ความสามารถ
และความตั้งใจของเจ้าของสุนัข ที่จะทำให้สุนัขร่วมมือและตอบสนองต่อการฝึกได้ดีเพียงใด

การฝึกสุนัขให้โพสต์ท่า เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกอาจจะไปชมวิธีการฝึกสุนัขจากงานประกวดสุนัข เพื่อศึกษาวิธีการ
โพสต์ท่าสุนัขจะทำให้สามารถเข้าใจลีลา และวิธีการโพสต์ท่าของสุนัขในรายละเอียดได้อย่างชัดเจน

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกไม่ควรทำให้การฝึกสุนัขเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับสุนัข เมื่อเริ่มการฝึกเช่น การดุ การลงโทษ
การลากเชือกจูงสุนัข การทำให้สุนัขรู้สึกเจ็บ จะทำให้สุนัขเกิดความกลัวเป็นอย่างมาก และจะทำให้การฝึกไม่ประสบ
ความสำเร็จ แต่ถ้าหากเจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสามารถทำให้การฝึกเป็นเรื่องที่สนุกสนานสำหรับสำหรับสุนัข จะทำให้
สุนัขเกิดความรู้สึกติดใจ และอยากจะฝึกฝน เช่นสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย เมื่อถึงเวลาฝึกแล้ว ไม่ได้ฝึก สุนัขจะแสดง
อาการยืนรอ เตรียมตัวพร้อม และเรียกร้องที่จะได้รับการฝึก เพราะสุนัขคิดว่า ทำผิดสิ่งใดหรือ? ทำไมเค้าจึงไม่ได้
รับการฝึกเช่นเดียวกับสุนัขตัวอื่นๆ

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกจะต้องรีบแก้ไขทันทีเมื่อสุนัขทำผิด โดยใช้คำพูดสั้นๆ เช่น หยุด ไม่ ด้วยเสียงที่ดังอย่างเข้มแข็ง
และด้วยสีหน้าที่แสดงความไม่พอใจ ซึ่งสุนัขจะสามารถเรียนรู้ได้จากน้ำเสียง และสีหน้าของเจ้าของสุนัข หรือผู้ฝึกว่า
การกระทำหรือการประพฤติเช่นนี้ เป็นสิ่งที่สุนัขไม่สมควรปฏิบัติ  

- การใช้คำสั่งต่อสุนัข จะต้องใช้คำสั่งสั้นๆ เป็นคำ หรือเป็นเรื่องๆ จนกว่าสุนัขจะปฏิบัติได้ ไม่ควรเปลี่ยนแปลงคำสั่ง
ตลอดเวลาที่มีการฝึก เพราะจะทำให้สุนัขเกิดความสับสน

- เมื่อสุนัขปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกต้องให้รางวัลทันที เช่น การให้คำชมเชย การลูบศีรษะ
สุนัข หรือการสัมผัสเบาๆ ที่บริเวณลำคอ เพื่อสร้างความรู้สึกให้แก่สุนัขอยากจะฝึกในโอกาสต่อไป

เมื่อเจ้าของสุนัขได้ฝึกสุนัขแล้ว จะต้องนำสุนัขไปประกวด เพื่อพัฒนาสุนัขด้านต่างๆ ไม่ควรเก็บสุนัขไว้ให้อยู่ในบ้าน
เพื่อนั่งๆ นอนๆ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์และเสียเวลาในการฝึก
13  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / สุนัขปอมมีไรในหู และชอบกัดผิวหนังตัวเอง จนผิวอักเสบ เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 11:21:16 AM
คำถามของน้อง แดง

สุนัขปอมมีไรในหู และชอบกัดผิวหนังตัวเอง จนผิวอักเสบ

คำตอบ

ไรในหูของสุนัข เป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้วิธีส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จึงจะเห็นได้
อย่างชัดเจน ซึ่งในหูของสุนัขจะมีขี้หู ที่มีลักษณะเป็นสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้มอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้สุนัขเกิดอาการคัน
และต้องสะบัดหัวไปมา

การรักษาไรในหูของสุนัข ต้องใช้วิธีหยอดยาเพื่อกำจัดไรในหู และทำความสะอาดใบหูของสุนัขให้สะอาด เพื่อมิให้
เกิดการสะสมสิ่งสกปรก ถ้าหากสุนัขปกติดีแล้ว จะไม่มีการเกาหู หรือสะบัดหู หรือแสดงพฤติกรรมคันหูอยู่บ่อยๆ

การที่สุนัขชอบกัดหน้าอก กัดขน หรือกัดผิวหนังของตัวเอง จะไปโทษสุนัขไม่ได้ เพราะในเวลานี้ สุนัขมีอาการคัน
ตามผิวหนัง เพราะเกิดจาก "ปรสิต" ที่มีอยู่ในผิวหนังของสุนัข เมื่อสุนัขเกาหรือกัดผิวหนังตัวเอง จึงทำให้ผิวหนังเกิด
เป็นแผลอักเสบ ต่อมาอาจจะลุกลามและขยายเป็นวงกว้าง และขนร่วง ถ้าหากไม่รีบรับการรักษา

โรคผิวหนังที่เกิดจากปรสิต ซึ่งอาศัยอยู่ในเซลของผู้อื่น เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหาร ในการอยู่รอด และจะทำลายเซล
ให้เกิดความบกพร่อง การเจ็บป่วย สูญเสีย จะทำหน้าที่กัดกินผิวหนังของสุนัขให้เกิดการอักเสบ และฝังอยู่ในผิวหนัง
ชั้นในสุดของสุนัข การรักษาจะต้องรักษาที่ต้นเหตุ มิใช่รักษาที่ปลายเหตุ จึงจะทำให้สุนัขหายขาด แบ่งออกเป็น

   - ปรสิตที่มองเห็นด้วยตาเปล่า คือ เห็บ หมัด เพราะในน้ำลายของหมัดมีสารที่ก่อให้สุนัขเกิดการแพ้ จะทำให้สุนัข
มีอาการคันและขนร่วง

   - ปรสิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า คือ ไรที่อาศัยอยู่ในรูขุมขนหรือบนชั้นผิวหนังของสุนัข สุนัขมีเชื้อไร DEMODEX
ไรขี้เรื้อนแห้ง หรือไรที่อาศัยอยู่ในช่องหูของสุนัข ในปริมาณที่มาก จะทำให้เกิดปัญหาแก่ผิวหนัง เพราะเชื้อไรนี้ จะ
คอยกัดกินสารอาหารและทำลายโครงสร้างของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ต่อมไขมันอักเสบ และเกิดการลุกลาม ซึ่งเป็นสาเหตุ
ของโรคผิวหนังต่างๆ เช่น เป็นเม็ด เป็นตุ่ม ผิวหนังอักเสบ ผื่นแดง ขนร่วง เมื่อกำจัดเชื้อเหล่านี้หมดไป จะทำให้ผิวหนัง
สะอาด ขนใหม่จะขึ้นมา สำหรับการตรวจวินิจฉัย โดยการขูดผิวหนังในบริเวณที่เป็น และนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์

คำแนะนำการรักษาอาการคันที่ผิวหนัง และทำให้สุนัขมีขนใหม่หนาแน่น

บำรุง ดูแล สุนัข ตามสูตรของพี่อ๋อย
 
- กินอาหารเม็ด ที่มีคุณภาพ เพราะจะช่วยปรับความดุลภายในร่างกาย และระบบภายใน

- ให้สุนัขกินวิตามินบำรุงร่างกายและวิตามินบำรุงขน

- อาบน้ำสุนัขด้วยสูตรแชมพูของพี่อ๋อย จะทำให้สุนัขปราศจากอาการผิวแดง ขนร่วง โดยปฏิบัติให้ถูกต้องและครบถ้วน
ตามวิธีรักษาของพี่อ๋อย จะทำให้สุนัขหายขาดจากอาการผิวแดง ขนร่วง และสุนัขจะไม่เป็นอีกต่อไป

- ใส่ยาทาแผลชนิดครีม บริเวณที่มีผิวหนังอักเสบ ผิวแดง ตามปริมาณและเวลาที่พี่อ๋อยกำหนดอย่างเคร่งครัด
เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ปรสิต หรือผิวหนังอักเสบ ซึ่งจะทำให้สุนัขหายขาด ไม่มีอาการเป็นๆ หายๆ อีกต่อไป
จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น จึงอยู่ที่ความขยันของเจ้าของ และความเอาใจใส่ดูแลสุนัข พร้อมกับการบำรุงด้วยวิตามิน
เพื่อปรับสภาพฮอร์โมนภายในร่างกายให้สุนัข ให้มีความสมดุล

- สุนัขไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ

- สุนัขไม่ต้องเจาะเลือด หรือขูดผิวหนังไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

- บำรุงและรักษาผิวหนังให้สะอาด ปราศจากอาการแพ้ เชื้อโรค หรือปรสิต

ดังนั้น การรักษาสุนัขพันธุ์ปอมฯ จึงเป็นเรื่องเร้นลับ เป็นศาสตร์ที่ผู้รู้เท่านั้น ที่จะสามารถรักษาอาการคัน เม็ด ตุ่ม ผื่น
และผิวหนังอักเสบมากๆ ของสุนัขให้ปราศจากไปสิ้น ในเวลาที่รวดเร็ว คือ หลังจากทายาชนิดครีมในสูตรของพี่อ๋อย
ประมาณ 1 ชั่วโมง อาการผิวอักเสบ คัน เป็นเม็ด ตุ่ม ผื่น ของสุนัขก็จะมลายหายไปสิ้น ถ้าหากปฏิบัติตามคำแนะนำ
ของพี่อ๋อย และพฤติกรรมในการเกาอยู่ตลอดเวลาของสุนัข ก็จะหายไปด้วย ซึ่งปัญหาโรคผิวหนังของสุนัข เป็นปัญหา
สำคัญที่สร้างความหนักใจกับเจ้าของสุนัข ในการที่จะต้องรักษามานานแล้ว ไม่หายขาด หรือไม่ดีขึ้น ซึ่งเจ้าของสุนัข
เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่จะเป็นผู้รักษาสุนัขให้ปราศจากอาการผิวหนังอักเสบ ขนร่วง ซึ่่งสุนัขกำลังรอการรักษาด้วยฝืมือ
เจ้าของสุนัข
14  หมวดหมู่ทั่วไป / ถาม-ตอบปัญหาเรื่องปอม / มือใหม่ เตรียมความพร้อมในการผสมพันธุ์แม่ปอม เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 11:10:29 AM
คำถามของน้อง ต้น

น้องหมาปอมที่บ้านอายุ ๑ ปี. เพศเมีย อยากผสมพันธุ์แม่ปอม เพราะเป็นมือใหม่ในการเลี้ยงปอม เพื่อให้ได้ลูกสุนัขไว้
สืบพันธุ์ และเตรียมความพร้อม. ที่จะเป็นผู้ผสมพันธุ์ที่ดี เพื่อที่จะนำแม่ปอมไปผสมกับพ่อพันธุ์ดีๆ กลัวผสมไม่ติด จะเสีย
เงินฟรี.  พี่อ๋อยช่วยแนะนำด้วย

คำตอบ


การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายแตกต่างกัน บางคนเลี้ยงสุนัขเพื่อเป็นงานอดิเรก บางคนเลี้ยงเพื่อเป็น
เพื่อนยามเหงา บางคนเลี้ยงเพราะเป็นสุนัขยอดนิยม บางคนเลี้ยงเพื่อเป็นธุรกิจ เป็นต้น แต่บางคนเลี้ยงสุนัขเพื่อต้องการ
ได้ลูกสุนัขไว้ชื่นชม อยากมีสิ่งใหม่ๆ และมีสีสันในชีวิต คุณก็คงจะต้องศึกษาหาความรู้ เพื่อที่จะได้มีลูกสุนัขที่ดีในวัน
ข้างหน้า และคุณก็จะได้ชื่อว่า เป็นผู้เพาะพันธุ์สุนัขที่ดี


นางแบบชื่อ "OIL'S SWEET STRAWBERRY SHORT CAKE"


คุณสมบัติของผู้เพาะพันธุ์สุนัขที่ดี คือ

- ต้องมีความตั้งใจในการพัฒนาสายพันธุ์ รู้ถึงข้อด้อยของยีนส์ที่จะถ่ายทอดจากพ่อและแม่มาสู่ลูก

- ต้องมีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการเพาะพันธุ์สุนัข

- ต้องมีความรัก ความเมตตาต่อสุนัขของตนเอง

- ต้องมีเวลาอย่างเพียงพอในการเลี้ยงดูลูกสุนัข

- ต้องมีความรับผิดชอบต่อชีวิตของลูกสุนัขตัวใหม่ที่ตนเองเป็นผู้เพาะพันธุ์

- ต้องคัดเลือกแม่พันธุ์และพ่อพันธุ์ที่มีคุณภาพ และมีสุขภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรง

- ต้องเลี้ยงสุนัขด้วยใจรัก และมีความสุขที่ได้ดูแลลูกสุนัข

- ต้องพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้ลูกสุนัขที่ดีกว่าที่เคยมี ไม่ใช่เป็นการเพาะพันธุ์เพื่อต้องการลูกสุนัขเพียงอย่างเดียว


นางแบบชื่อ "OIL'S CHERRY BLOSSOM PRINCESS"


การเตรียมการในการเพาะพันธุ์สุนัข

1. ต้องคัดเลือกสุนัขเพศเมียที่จะนำมาผสมพันธุ์ ซึ่งสุนัขเพศเมียควรมีสุขภาพดี  มีความสมบูรณ์ ซึ่งจะมีผลเป็น
อย่างยิ่ง ต่อตัวลูกสุนัข

2. ควรบำรุงให้แม่พันธุ์ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วนด้วยอาหารหลักครบ 5 หมู่ รวมทั้งวิตามิน ซึ่งมีผลต่อ
ขบวนการสืบพันธุ์ และการผสมติดที่ดี

3. การบำรุงแม่พันธุ์ต้องระมัดระวังมิให้แม่พันธุ์มีน้ำหนักที่มากเกินไป หรือบำรุงจนอ้วนมาก เพราะจะทำให้โอกาส
ในการผสมติดมีน้อยลง

4. ถ้าหากคุณมีแม่พันธุ์สุนัขที่ยังสาวอยู่ หรือเพิ่งจะมีฮีทครั้งแรก ก็ยังไม่ควรให้สุนัขผสมพันธุ์ เนื่องจากร่างกายยัง
ไม่มีความพร้อม และความสมบูรณ์อย่างเพียงพอ ควรรอความพร้อมของฮีทที่สองหรือฮีทที่สามก็จะเป็นการดี

5. พ่อพันธุ์ที่จะนำมาผสมพันธุ์ จะต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เช่นเดียวกับแม่พันธุ์

6. พ่อพันธุ์จะต้องได้รับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้มีโครงสร้างที่ดี ไม่อ้วนจนเกินไป หรือผอมจน
เกินไป ถ้าหากพ่อพันธุ์มีร่างกายที่แข็งแรงแล้ว จะทำให้การผลิตอสุจิหรือน้ำเชื้อมีคุณภาพที่ดีและแข็งแรง


นางแบบชื่อ "OIL'S SWEET STRAWBERRY SHORT CAKE"


อาการที่จะสังเกตได้ว่า สุนัขเพศเมียกำลังจะเป็นสัดคือ

สุนัขจะมีการผลัดขนอยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็จะมีขนใหม่แซมขึ้นมาด้วย และอวัยวะเพศจะเริ่มบวมใหญ่มีเลือดสีสดๆ ออกมา


นางแบบชื่อ "OIL'S CHERRY BLOSSOM PRINCESS"


ก่อนการผสมควรปฏิบัติดังนี้

- ตัดเล็บ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแม่พันธุ์ให้สะอาด

- ตัดแต่งขนบริเวณที่ใกล้กับอวัยวะเพศ เพื่อช่วยให้สุนัขเพศผู้สามารถทำการผสมได้สะดวก


นางแบบชื่อ "OIL'S SWEET STRAWBERRY SHORT CAKE"


- ตัดแต่งขนตามลำตัวให้สั้น ๆ เพื่อสะดวกในการดูแล

- คำนวณวันผสมให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้พลาดในการผสมพันธุ์

- ถ้าหากแม่พันธุ์มีรูปร่างที่อ้วนเกินไป ควรลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นวิธีที่สำคัญที่จะทำให้สุนัขมีสุขภาพ
ที่ดี การออกกำลังกายจึงเป็นการควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากจนเกินไป


นางแบบแม่สุนัขชื่อ"OIL'S POWER PUFF"


การบำรุงแม่พันธุ์สุนัข

ในระหว่างที่ทำการผสมพันธุ์สุนัข พี่อ๋อยต้องเริ่มบำรุงด้วยการให้แม่พันธุ์ได้กินอาหารตามสูตรของพี่อ๋อย ซึ่งเป็นอาหาร
สำเร็จรูปที่มีคุณภาพ และบำรุง ด้วยวิตามินเช้า และวิตามินเย็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผสมพันธุ์ให้ติด รวมทั้งสร้าง
ความเจริญเติบโตในการ ปฏิสนธิของลูกสุนัขในท้องของแม่ อาหารที่ดีก็จะมีโอกาสที่จะได้ลูกสุนัขที่แข็งแรง ซึ่งถ้าหาก
คุณประหยัดโดยการซื้ออาหารสำเร็จรูปที่มีคุณภาพต่ำ หรือการเลี้ยงสุนัขที่เป็นแม่พันธุ์ด้วยอาหารสดที่คุณปรุงเอง ซึ่งจะ
มีสารอาหารที่ไม่สมดุล โอกาสที่คุณจะได้ลูกสุนัขที่มีคุณภาพและสุขภาพที่ดีคงจะเป็นไปได้ยาก


นางแบบแม่สุนัขชื่อ "OIL'S APRIL SUNSHINE"


หลังจากผสม ถ้าผสมติดแม่สุนัขจะมีอาการแพ้ท้องในบางตัว บางตัวก็จะไม่มีอาการแพ้ ซึ่งจะมีอาการเบื่ออาหาร
บางตัวมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และจะเห็นท้องชัดเจนหลังจากผสมไปแล้วประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน


นางแบบแม่สุนัขชื่อ "OIL'S APRIL SUNSHINE"


เมื่อแม่สุนัขเริ่มท้อง

ประมาณ 2 สัปดาห์ผ่านไปหลังจากผสมพันธุ์แล้ว แม่สุนัขจะเริ่มเห็นเต้านมชัดเจนขึ้น และท้องเริ่มขยายออกทาง
ด้านข้างของลำตัว พี่อ๋อยจะต้องเพิ่มอาหารสำเร็จรูปและวิตามินเช้าและวิตามินเย็นให้มากขึ้นอีก เพื่อส่งผ่านจาก
แม่สุนัขไปถึงลูกสุนัขด้วย เพื่อให้ลูกสุนัขมีสุขภาพแข็งแรงในขณะที่อยู่ในท้องของแม่สุนัข เมื่อถึงเวลาที่ครบกำหนด
คลอดได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อคลอดออกมาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง หรือเป็นภาระในการที่พี่อ๋อยจะต้องเอาใจใส่ดูแลมาก
จนเกินไป ซึ่งหน้าที่เหล่านี้ควรจะเป็นหน้าที่โดยตรงของแม่สุนัขที่จะดูแลและเลี้ยงดูลูกน้อยข
องตนเอง และการให้
แม่สุนัขกินวิตามินเช้าและวิตามินเย็น เพื่อเป็นการกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้แก่แม่สุนัข ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้ จะทำ
ให้แม่สุนัขมีความพร้อมที่จะผลิตน้ำนมได้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่แม่สุนัขคลอดลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลูกสุนัขก็จะสามารถ
ดูดนมจากเต้าของแม่ได้อย่างดี รวมทั้งปริมาณของน้ำนมจะมีมากมายอย่างเพียงพอในการเลี้ยงลูกสุนัขด้วย


นางแบบแม่สุนัขชื่อ"OIL'S POWER PUFF"


เมื่อแม่สุนัขเริ่มท้องอ่อน ๆ ควรให้แม่สุนัขได้รับแสงแดดอ่อน ๆ พร้อมกับการออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน
การวิ่งเหยาะๆ การจูงเดินเล่น จะทำให้แม่พันธุ์มีสุขภาพที่แข็งแรงส่งผลไปถึงลูกในท้องด้วย และทำให้การคลอด
ของแม่สุนัขง่ายขึ้น หลังจากผสมพันธุ์ไปแล้ว เจ้าของสุนัขควรให้ความใกล้ชิด และให้เวลาแก่แม่พันธุ์ เพื่อให้สุนัข
รู้สึกมีความสุข ความสบายใจ และมีความปลอดภัยในชีวิต

ใกล้วันครบกำหนดคลอด เจ้าของสุนัขควรปฏิบัติดังนี้

- ตัดแต่งขนบริเวณหน้าท้อง หัวนม ให้เรียบร้อย เพื่อจะได้เห็นท้องที่ชัดเจนขึ้น

- ตัดแต่งขนที่ก้น อวัยวะเพศ เพื่อสะดวกในการทำความสะอาดหลังคลอด เนื่องจากจะมีน้ำคาวปลา และเลือดไหล
ออกมาจากช่องคลอด ภายหลังจากการคลอดแล้วประมาณ 4 - 5 วัน

- จัดสถานที่เตรียมคลอดให้อยู่ในที่สงบ และไม่มีสุนัขตัวอื่นมารบกวนแม่สุนัขได้

- ควรหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่ทำให้แม่สุนัขมีความเครียด หรือมีความวิตกกังวล

- เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในระหว่างการคลอดให้กับแม่สุนัข

เมื่อแม่สุนัขคลอดลูกแล้ว การเลี้ยงดูที่ดีของเจ้าของ และสถานที่อยู่อาศัยที่สะอาด จะทำให้คุณภาพชีวิตของลูกสุนัข
มีการพัฒนาการที่ดี และเจริญเติบโตเป็นลูกสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ในทุกวันนี้พี่อ๋อยจะมี
ความสุขที่ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ เพราะเค้าคือส่วนหนึ่งในชีวิต การที่ต้องเตรียมตัวแม่พันธุ์ปอมฯ เพื่อให้เป็นแม่พันธุ์
ที่สมบูรณ์ เพื่อจะได้มีลูกสุนัขที่สวยๆ ซึ่งต้องมาจากการถ่ายทอดความสวยงามของพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดีด้วย จึงจะ
ทำให้ผู้เลี้ยงเกิดความชื่นชมและมีความปลาบปลื้มใจที่มีสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่สวยๆ และเป็นที่ต้องตาต้องใจแก่ผู้พบเห็น..

ปล. สำหรับการแนะนำพ่อพันธุ์นั้น ควรอยู่ที่การพิจารณาของเจ้าของสุนัข ในการที่จะต้องการผสมกับพ่อพันธุ์
ที่มีโครงสร้างอย่างไร ใบหน้าอย่างไร หรือความถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์ อีกทั้งราคาในการผสมกับพ่อพันธุ์ใน
แต่ละตัว ซึ่งเจ้าของสุนัขจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ และเป็นผู้คัดสรรคุณภาพของพ่อพันธุ์เป็นหลักนะคะ ดังนั้น การที่จะ
ผสมแม่พันธุ์เพื่อให้ได้ลูกสุนัขที่ดีมีคุณภาพ จึงควรศึกษาอย่างลึกซึ้งในเรื่องของไลน์บรีดของสุนัขในแต่ละคอก เพื่อ
การพัฒนาคุณภาพของสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนที่มีความสวยงาม และมีความถูกต้อง ซึ่งในการพิจารณานั้น เจ้าของ
สุนัขจึงควรหลีกเลี่ยง คุณสมบัติที่มีข้อด้อย เพื่อที่รุ่นลูกจะได้ไม่สืบทอดยืนด้อยของบรรพบุรุษที่ไม่สวยงาม หรือไม่มี
ความถูกต้องในการพัฒนาสายพันธุ์ต่อไปนะคะ
15  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความและผลงาน / โรคฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ หรือโรคแบล๊คสกิน เป็นโรคที่รักษาไม่หาย ไม่เป็นความจริง เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 10:51:29 AM

สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" เพศผู้ อายุ 8 ปี ถ่ายภาพ "ก่อนการรักษา"


โรคผิวหนังสีดำ เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนเป็นแล้ว จะทำให้สุนัขขนร่วง ในบริเวณลำตัว
กลางหลัง หาง สะโพก ขา โดยขนของสุนัขจะร่วงหลุดไปอย่างหมดสภาพ และร่วงอย่างช้าๆ คงเหลือไว้แต่ขนบริเวณ
ส่วนหัวและขา และจะพบว่าผิวหนังบริเวณที่ขนร่วงนั้น กลายเป็นสีดำเข้มขึ้น เนื่องจากเกิดการสะสมของเม็ดสีของผิวหนัง
ของสุนัขแต่ละตัว ซึ่งสีผิวของสุนัขที่เริ่มมีอาการผิวหนังผิดปกติ จะมีสีกระดำกระด่างเหมือนกับเป็นเชื้อรา และวันต่อๆ มา
สีผิวของสุนัขนั้น จะเริ่มเข้มขึ้น เข้มขึ้น จนกระทั่งสีดำนั้น สะสมลงไปจนกระทั่งถึงผิวหนังชั้นล่างสุด และบางตัวผิวจะมีสีดำเข้ม



สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" เพศผู้ อายุ 8 ปี ถ่ายภาพด้านหน้า "ก่อนการรักษา" ใบหน้าเศร้าซึม


โรคผิวหนังสีดำ (BLACK SKIN) เป็นโรคที่เกิดจาก

- ความผิดปกติทางพันธุกรรม โดยยีนด้อยบนโครโมโซมเอ็กซ์ ที่สุนัขได้รับมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งปัญหาของโรคผิวหนัง
สีดำส่วนใหญ่นั้น มักจะเกิดกับสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่มีอายุ 1 - 2 ปีขึ้นไป และมักพบได้ในสุนัขเพศผู้มากกว่าสุนัขเพศเมีย

- ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศในสุนัข

- การขาดสารอาหาร หรือการที่สุนัขไม่ได้กินอาหารอย่างถูกต้อง และครบถ้วนตามหลักโภชนาการ

- ต่อมขนมีความผิดปกติ

- ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำผิดปกติ

- ทุกๆ คนในบ้าน พร้อมใจกันที่จะเลี้ยงสุนัขแบบตามใจเจ้าของ

- เจ้าของสุนัขชอบให้สุนัขกินอาหารอื่นๆ เช่น ขนม ผลไม้ หรืออาหารสดอื่นๆ

โรคผิวหนังสีดำ ไม่ได้มีผลต่อสุขภาพของสุนัข เพราะสุนัขก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นปกติสุขได้ แต่ทำให้สุนัขไม่
สวยงาม เพราะผิวหนังสีดำ ขนร่วง และขนไม่มี ขนไม่ขึ้น จึงทำให้สุนัขไม่มีความสวยงามในเรื่องของ “ขน” อย่างถูกต้อง
ตามมาตรฐานสายพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน



สุนัขชื่อ ชื่อ "SPRITE" เมื่อรักษากับพี่อ๋อยตามสูตร สุนัขเร่ิ่มมีขนใหม่ขึ้นมาตามลำตัวแล้ว


โรคผิวหนังสีดำ เป็นโรคทุกๆ คน มักจะกล่าวว่า เป็นโรคแปลก เป็นโรคประหลาดที่สุนัขตัวใดเป็นแล้ว ไม่มีทางรักษาให้หายได้
หรือเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เพราะสุนัขมีปัญหาผิวดำสนิท และยังมีอาการขนร่วงอีก เพราะการรักษาผิวหนังที่เป็นสีดำอย่างชนิด
ฝังลึกลงไปจนถึงผิวหนังชั้นล่างสุดเช่นนี้ ย่อมมีความลำบากและเป็นการยากเป็นอย่างมาก ที่จะขจัดผิวหนังสีดำเข้มของสุนัขให้
ปราศจากไปได้ ในการที่จะทำให้ผิวหนังของสุนัข มีการเปลี่ยนเซลสีผิวใหม่ และกลับกลายเป็นผิวหนังสดใส หรือผิวหนังมีสีชมพูได้
ซึ่งผลการวินิจฉัยของสัตว์แพทย์มักจะพิจารณาให้สุนัข “ทำหมัน” แต่ไม่ได้รับรองว่า สุนัขจะหายหรือไม่ เพราะการผ่าตัดทำหมัน
ไม่ได้เป็นการรักษาโรคผิวดำ แต่เป็นการป้องกันการแพร่พันธุ์ หรือการถ่ายทอดโรคผิวดำทางพันธุกรรมเท่านั้น ซึ่งถ้าหากสุนัขที่เป็น
โรคผิวหนังสีดำ (BLACK SKIN) ผู้เพาะพันธุ์ได้มีการผสมพันธุ์ เพื่อต้องการให้ได้ลูกสุนัข จะต้องมีความระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ
โดยควรศึกษาถึงประวัติและการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของบรรพบุรุษ สำหรับตัวสุนัขที่จะนำมาผสมพันธุ์ด้วย เพราะลูกที่เกิดมาก็จะ
ได้รับการถ่ายทอดยีนด้อยคือ “โรคผิวหนังสีดำ” มาสู่ตัวลูกสุนัขเช่นกัน



สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" เพศผู้ อายุ 8 ปี สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาชัดเจนขึ้น


ปัญหาคือ เมื่อสุนัขเริ่มแสดงอาการขนร่วง และมีสีผิวเปลี่ยนสี จากสีชมพูกลายเป็นสีดำ เจ้าของไม่ทราบวิธีการบำรุง และรักษา
จึงทำให้สุนัขมีผิวดำสนิทมากขึ้น ยากต่อการรักษา แต่มิใช่เรื่องยาก หากผู้ที่รักษา เป็นผู้ที่รู้เรื่องเฉพาะของสุนัขพันธุ์ปอมฯ
ซึ่งพี่อ๋อยได้รักษาโรค BLACK SKIN ขนร่วง ขนน้อย ขนไม่ขึ้น และผิวหนังอักเสบมาเป็นเวลานานแล้ว จน ณ วันนี้ พี่อ๋อยมีอายุ
64 ปีกว่าแล้ว จากสุนัขที่ไม่สวย ไม่มีขน สามารถเนรมิตให้มีขนใหม่ขึ้นมาได้ในเวลาที่รวดเร็ว  



สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" มีขนใหม่ขึ้นมาทั้งตัวแล้ว เพราะการบำรุง รักษา แบบง่ายๆ


"โรค BLACK SKIN" เป็นโรคที่รักษาได้ง่ายๆ ถ้าหากรู้วิธีรักษาและการบำรุง และรักษากับผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น
เปรียบเหมือนกับ คนที่ปวดฟัน แทนที่จะไปพบแพทย์เชี่ยวชาญทางทันตกรรม แต่กลับไปพบแพทย์ที่รักษาเรื่อง "ตา" หรือ
ไปพบแพทย์ที่รักษาโรคทั่วไป ปัญหาของโรคทำให้ไม่สามารถรักษาได้ เพราะไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางที่มีความรู้ ทักษะ หรือ
ความชำนาญในเรื่องนั้นๆ ก็จะทำให้ไม่สามารถรักษาอาการที่เป็นอยู่ได้



สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" มีขนใหม่ขึ้นมา สวยทั้งตัวแล้ว


การแก้ไขปัญหาของสุนัขที่เป็น "โรค BLACK SKIN" ควรแก้ไขที่ "ต้นเหตุ" มิใช่ แก้ไขที่ "ปลายเหตุ" ดังนั้น การรักษาโรค
ผิวหนังต่างๆ ของพี่อ๋อย จะรักษาจาก "ต้นเหตุ" คือ ระบบภายในของสุนัข ให้มีความสมบูรณ์ เพื่อสร้างฮอร์โมนการกระตุ้นต่อมขน
ของสุนัข และขจัดสิ่งสกปรกภายในร่างกายและผิวหนังของสุนัขให้สะอาดก่อน และทำให้ผิวหนังของสุนัขเป็นสีชมพู เมื่อนั้น สุนัข
จึงจะมีขนใหม่ขึ้นมาได้

การที่สุนัขไม่มีขนใหม่ขึ้นมา เพราะระบบภายในไม่มีความสมบูรณ์ในการสร้างและผลิตฮอร์โมน จึงทำให้รูขุมขนปิดสนิท แถมผิวดำ
ยังมาฉาบอยู่บนผิวหนังและฝักลึกลงในถึงผิวหนังชั้นใน ทำให้ผู้ที่ไม่ทราบวิธีการบำรุงและวิธีการรักษา ไม่สามารถรักษาสุนัขในเรื่อง
ของผิวดำ และขนไม่ขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ ถ้าหากรู้จักวิธีปฏิบัติอย่างถูกต้องและใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในการขจัดผิวหนังสีดำ
และบำรุงขนให้มีขนใหม่ขึ้นมาได้ภายใเวลา 3-5 วัน จึงอยู่ที่ฮอร์โมนของตัวสุนัขและเจ้าของสุนัขเป็นสำคัญ ที่จะต้องให้ความร่วมมือ
ในการรักษาและบำรุง



สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" อีกด้านหนึ่งของลำตัว มีขนสวยมากๆ แล้ว


พี่อ๋อยได้รักษา "โรค BLACK SKIN" มาเป็นเวลานานแล้ว และรักษาให้หายขาด โดยที่สุนัขไม่กลับมาเป็นอีก ทำให้สุนัขมีขนใหม่
ที่สวยงาม หนาแน่น ให้กับสุนัขมาเป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยการที่เจ้าของจะต้องบำรุง ดูแล สุนัขตามสูตรของพี่อ๋อย



สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" เพศผู้ อายุ 8 ปี มีใบหน้าสดใส สวยงาม และขนก็สวยงามด้วย


สำหรับการรักษาผิวหนังสีดำและการบำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อยนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำหมัน สามารถรักษาด้วยการอาบน้ำ
ครั้งแรก และทายาชนิดครีม จะทำให้ผิวหนังสีดำมากๆ ดำอย่างชนิดลึกล้ำเข้าไปในผิวหนังชั้นในสุดของสุนัข มีสีผิวที่สะอาดสำหรับ
ผิวหนังดำบางๆ กระดำกระด่าง หรือดำไม่มาก จะปราศจากไปสิ้น เมื่ออาบน้ำครั้งแรกด้วยสูตรแชมพูของพี่อ๋อย สุนัขทุกๆ ตัวส่วนใหญ่
ที่รักษากับพี่อ๋อย ประมาณ 2-3 วัน สุนัขจะเริ่มมีขนใหม่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และผิวหนังที่เคยดำ เคยสกปรก จะสะอาด สวยมากขึ้น

การรักษาผิวหนังดำ และบำรุงขนให้แก่สุนัขในสูตรของพี่อ๋อย เมื่ออาบน้ำครั้งแรกแล้ว ผิวหนังจะเป็นสีชมพูสดใส สวยงาม ต้องบำรุง
อีกประมาณ 2 - 3 วัน เมื่อสุนัขมีผิวหนังสะอาด สวย รูขุมขนเปิดแล้ว เมื่อนั้นขนใหม่จึงจะขึ้นมาได้ และเป็นขนที่มีคุณภาพ โดยให้
สังเกตุจากสีของขน จะมีความสดใส เป็นประกายงดงามมาก เกิดจากฝีมือของเจ้าของสุนัขที่เป็นผู้บำรุงสุนัข และเป็นความภาคภูมิใจ
ของเจ้าของสุนัขแต่เพียงผู้เดียว



สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" เพศผู้ อายุ 8 ปี รักษาโรคผิวดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น ด้วยฝีมือของเจ้าของสุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาสวยมากๆ


พี่อ๋อยรักษาสุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรค BLACK SKIN และขนร่วง หรือผิวหนังอักเสบ ให้หายจากโรคดังกล่าว และขณะนี้สุนัขทุกๆ ตัว
ที่ได้บำรุง รักษา ตามสูตรของพี่อ๋อย ด้วยฝีมือของเจ้าของ ทำให้สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาแล้ว และทำให้เจ้าของสุนัขชื่นใจ และมีความสุข
อย่างมากมายแล้ว ซึ่งเจ้าของจะเข้าใจถึงปัญหาและวิธีการรักษาเพื่อให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หายจากโรคเครียดที่เกี่ยวกับสุนัข
ซึ่งใช้เวลาในการรักษาไม่นาน เพราะสุนัขอาบน้ำครั้งแรก ผิวดำสะอาด ผิวสวย หายผิวดำ และอีกประมาณ 2-3 วัน สุนัขทุกๆ ตัว
จะต้องมีขนใหม่ขึ้นมาแล้ว ภายหลังการรักษา บำรุง ตามสูตรของพี่อ๋อย



สุนัขพันธุ์ปอมฯ ชื่อ "SPRITE" เพศผู้ อายุ 8 ปี มีพัฒนาการของขนที่สวยมากๆ ฟูฟ่องทั้งตัว


ถ้าหากต้องการให้สุนัขมีขนใหม่ขึ้นมาฟูฟ่อง สลวยสวยงามอย่างรวดเร็ว จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์รักษาและบำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อย
ตามกติกาที่พี่อ๋อยแนะนำ จึงจะประสบความสำเร็จ ดังเช่นน้องๆ เป็นจำนวนมากได้รักษาและบำรุงขนในสูตรผลิตภัณฑ์ของพี่อ๋อย
ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ และเห็นผลรวดเร็ว สร้างชื่อเสียงที่ดีให้แก่พี่อ๋อยเป็นอย่างมากมายแล้ว

ดังนั้น การบำรุง รักษา สุนัขที่มีปัญหาผิวดำ ขนร่วง ขนไม่ขึ้น จะต้องใช้ตามสูตรของพี่อ๋อย ด้วยการรักษาสุนัขอย่างง่ายๆ เหมือนกับ
การเลี้ยงสุนัขในชีวิตประจำวัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย อาหารเม็ด วิตามินบำรุงร่างกาย วิตามินบำรุงขน แชมพู ครีมกำจัดเชื้อรา
ปรสิต แบคทีเรีย และผิวดำ ซึ่งผลิตภัณฑ์ในการรักษาให้สุนัขกิน ใช้ มีเพียง 5 อย่าง แต่สุนัขจะปราศจากผิวดำ และมีขนใหม่ขึ้นมา
ดังเช่น สุนัขชื่อ "SPRITE" และสุนัขตัวอื่นๆ ที่ได้รักษาหายจากผิวดำ และมีขนใหม่ขึ้นมาสวยมากมายแล้ว

โรค BLACK SKIN (ผิวหนังสีดำ ขนร่วง) ที่ได้มารักษากับพี่อ๋อย จะปราศจากไปสิ้นเป็นเรื่องง่ายๆ ถ้าหากเจ้าของสุนัขปฏิบัติตาม
กติกาของพี่อ๋อย จะทำให้สุนัขสวยและมีขนหนาแน่นภายในเร็ววันค่ะ เมื่อพี่อ๋อยได้ให้คำแนะนำถึงวิธีการดูแลและการรักษาสุนัขที่เป็น
โรค BLACK SKIN จะต้องพร้อมใจกันที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมในการเลี้ยงสุนัขของตนเอง ซึ่งเจ้าของเดิมอาจจะเลี้ยงสุนัขแบบตามใจ
เจ้าของ มาเป็นวิธีการเลี้ยงสุนัขตามสูตรของพี่อ๋อย ซึ่งทุกๆ คนจะต้องช่วยกันที่จะทำให้สุนัขปราศจาก โรค BLACK SKIN ขนร่วง
ในการที่จะนำผลิตภัณฑ์บำรุงขนในสูตรของพี่อ๋อยไปบำรุง ดูแล และรักษาสุนัขให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีขนใหม่ที่สวยงามขึ้นมา
ภายในเวลาไม่นานนี้นะคะ

ดังนั้น ผู้ใดได้เคยกล่าวว่า โรค BLACK SKIN เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ณ บัดนี้ เจ้าของ "SPRITE"
และน้องๆ ทุกๆ คน ที่ได้รักษาสุนัขที่มีปัญหาโรค BLACK SKIN ตามสูตรของพี่อ๋อย ได้มีข้อพิสูจน์ให้เห็นประจักษ์กับสายตาของตัวเองว่า
เจ้าของสุนัขสามารถรักษาโรคผิวดำให้หายได้ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่รักษาโรค BLACK SKIN โดยเฉพาะจริงๆ

น้องๆ ที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ ซึ่งประสบปัญหาสุนัขขนร่วง ผิวหนังดำ เป็นมัน ขณะนี้สุนัขของทุกๆ คนมีขนใหม่ขึ้นมาอย่างมากมาย
แต่ระยะเวลา หรือความหนาแน่น สวยงาม ฟูฟ่องของขนสุนัข จึงขึ้นอยู่กับฮอร์โมนของตัวสุนัข และการบำรุง ดูแลของเจ้าของป็นสำคัญ
เพราะสุนัขแต่ละตัวมีฮอร์โมนในร่างกายที่แตกต่างกัน ความสมดุลในร่างกายและการฟื้นฟูระบบภายในของสุนัขก็แตกต่างกันด้วย
แต่ระยะเวลาหรือระยะทางในการเดินทางเพื่อต้องการประสบความสำเร็จของเจ้าของสุนัขนั้น สามารถควบคู่ตามกันได้ ถ้าหากเจ้าของ
สุนัขมีความตั้งใจ มีความขยัน ในการที่จะบำรุง ปฏิบัติต่อสุนัข หรือดูแลเอาใจใส่สุนัขตามคำแนะนำของพี่อ๋อยอย่างเคร่งครัด ไม่นาน
เกินรอ.....ประมาณ 3-5 วัน สุนัขที่รักษา บำรุง ก็จะมีพัฒนาการทางผิวหนังและขนที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และทันใจเจ้าของสุนัข ถ้าหาก
รู้เคล็ดลับอย่างง่ายๆ ที่เจ้าของสุนัขสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะเกิดความภูมิใจในความสำเร็จที่ได้ปฏิบัติต่อสุนัข เพราะเป็นเรื่องที่
สามารถขจัดปัญหาต่างๆ ให้กับสุนัขที่แสนรักได้....
หน้า: [1] 2 3 ... 22