หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สุนัขเพศเมียที่เคยผ่าคลอดไปแล้ว จะมีโอกาสคลอดลูกได้เองตามธรรมชาติไหม  (อ่าน 4526 ครั้ง)
พี่อ๋อยปอม
พี่อ๋อย
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 10:43:03 AM »

คำถามของน้อง popkub

สุนัขเพศเมียที่เคยผ่าคลอดจากมือคุณหมอมาแล้ว มีโอกาสคลอดลูกได้เองตามธรรมชาติไหมครับ

หรือว่า ถ้าผ่าแล้ว คอกต่อๆ ไปต้องผ่าตลอด ขอความรู้หน่อยครับ ขอบคุณครับ

คำตอบ

ธรรมชาติของสุนัขเมื่อเจ็บท้องคลอดลูกมักสามารถคลอดลูกเองได้ แต่ถ้าหากเป็นสุนัขขนาดเล็ก โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน
ซึ่งมีการพัฒนาสายพันธุ์มาจากเดิม ซึ่งมีขนาดใหญ่จนได้ขนาดเท่าที่เห็นในปัจจุบัน ทำให้มีอัตราการคลอดเองตามธรรมชาติไม่ได้สูงขึ้น
มีความเสี่ยงต่อชีวิตทั้งของลูกสุนัขแม่สุนัขมากขึ้น แม้ว่าบางครั้ง จะคลอดได้เอง แต่ก็ยากมาก และต้องสูญเสียลูกสุนัขไป เจ้าของสุนัข
จำนวนมากจึงตัดสินใจให้สัตวแพทย์ทำการผ่าท้องคลอดลูก เพื่อความปลอดภัยของชีวิตแม่สุนัขและลูกสุนัข


แม่สุนัขได้รับการดมยาสลบ และเตรียมความพร้อมในการผ่าท้องคลอดลูก


สุนัขที่ดำเนินชีวิตอยู่ตามถนนสาธารณะไม่มีใครเลี้ยงดู แต่ก็สามารถมีชีวิตอยู่ตามธรรมชาติได้ คลอดลูกเองได้อย่าง
สะดวกสบาย เพราะส่วนใหญ่เป็นสุนัขที่มีขนาดใหญ่ มีความแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ เพื่อความอยู่รอด
ของชีวิต ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับสุนัขตัวเล็ก ๆ ในบ้านของคุณแล้ว ก็ต้องมีเรื่องของการดูแล เอาใจใส่เพิ่มขึ้นมา


สัตว์แพทย์กำลังโกนขนบริเวณหน้าท้องของแม่สุนัข


ผู้เลี้ยงสุนัขที่ให้ความทะนุถนอมสุนัขบางคน อาจจะไม่รอให้แม่สุนัขเจ็บท้อง เพราะตั้งใจว่า จะต้องผ่าท้องคลอด
แน่นอนอยู่แล้วให้เจ็บท้องผ่าตัดเพียงอย่างเดียวก็พอ เจ้าของสุนัขมักจะรอและคอยเฝ้าดูจนกว่าแม่สุนัขจะแสดง
ท่าทีว่าจะคลอด เจ้าของจึงจะรีบนำแม่สุนัขไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะเกรงว่า ถ้าหากช้าเกินไปอาจจะไม่ปลอดภัย
ทั้งแม่สุนัขและลูกสุนัข


สัตว์แพทย์บรรจงกรีดเนื้อบริเวณหน้าท้องของแม่สุนัข


สัตว์แพทย์กำลังใช้กรรไกรตัดเนื้อหน้าท้อง เพื่อเพิ่มความกว้างของผิวหนังหน้าท้อง


การที่แม่สุนัขสามารถคลอดเองได้หรือไม่นั้น หรือการที่สัตวแพทย์ต้องช่วยผ่าท้องทำคลอด ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย
ของสุนัข ถ้าแม่สุนัขคลอดเองได้ ก็จะเป็นการดี และถือว่าเป็นโชคดีของสุนัขและเจ้าของ แต่ถ้าแม่สุนัขคลอดเองไม่ได้
เกิดความเสี่ยงสูงและคุณก็รักสุนัขของคุณมาก คุณก็ต้องตัดสินใจให้สัตวแพทย์ผ่าท้องทำคลอด เปรียบเหมือนกับการ
ผ่าตัดทำคลอดของคน เมื่อไม่สามารถคลอดได้เองตามธรรมชาติ สูติแพทย์ก็ต้องช่วยเหลือโดยการผ่าตัดทำคลอดให้
แม่เช่นกัน เปรียบเทียบการผ่าท้องทำคลอดในคนกับการผ่าท้องทำคลอดในสุนัขนั้น สูติแพทย์ได้ให้ข้อมูลเชิงวิชาการ
ดังนี้


ลูกสุนัขถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อบางๆ


1. กระดูกอุ้งเชิงกรานของแม่แคบหรือเล็กเกินไป ไม่สามารถคลอดตามธรรมชาติ ซึ่งสูติแพทย์จะสามารถบอกได้ในขณะ
ที่แม่มาฝากครรภ์กับสูติแพทย์

2. เด็กมีความสมบูรณ์และขนาดของลำตัวโตเกินไป


ลูกสุนัขถูกนำขึ้นมาวางบริเวณหน้าท้องของแม่สุนัข


3. เด็กอยู่ในท่าที่ผิดปกติ ทำให้แม่ไม่สามารถคลอดลูกเองได้ หากปล่อยให้การคลอดเอง ดำเนินไปอย่างล่าช้า
จะไม่ปลอดภัยแก่ทั้งแม่และลูกในครรภ์


4. สภาพร่างกายของแม่อ่อนแอ ไม่มีลมเบ่ง เจ็บท้องอยู่นานเกินไปเป็นชั่วโมง โดยเด็กยังไม่ยอมคลอด ทำให้
น้ำคร่ำแห้ง ลูกอาจเสียชีวิตได้ หรือในกรณีที่ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเป็นเวลานาน เด็กจะคลอดเองไม่ได้


ส่วนแม่สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนที่ไม่สามารถคลอดเองได้ ต้องให้สัตวแพทย์ผ่าท้องทำคลอดให้นั้น ด้วยสาเหตุดังนี้

1. แม่สุนัขมีขนาดเล็ก แต่ตัวลูกมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะคลอดผ่านเชิงกรานของแม่ได้ ส่วนแม่สุนัขที่มีโครงสร้างใหญ่
และลูกตัวเล็ก แม่ก็จะสามารถคลอดเองได้ตามธรรมชาติ หรือแม่สุนัขที่มีโครงสร้างเล็กและลูกตัวเล็กก็สามารถคลอด
เองได้ ทั้งนี้ ขนาดของลูกสุนัขและเชิงกรานของแม่สุนัขจะต้องสัมพันธ์กัน หรือต้องพอดีที่ลูกจะสามารถผ่านเชิงกราน
ของแม่สุนัข หรือตัวลูกต้องเล็กกว่าเชิงกรานของแม่จึงจะคลอดเองได้ ถ้าลูกสุนัขติดอยู่ที่เชิงกรานของแม่สุนัขนานเกินไป
ทำให้ส่วนของทรวงอกลูกสุนัขถูกบีบ จะทำให้ลูกสุนัขขาดอ๊อกซิเจนในการหายใจ ทำให้ลูกสุนัขตายได้

2. ความผิดปกติของลูกสุนัข เช่น ความพิการ หรือลูกสุนัขที่ศีรษะโตมาก หรือหัวไหล่โตมาก จะคลอดเองตามธรรมชาติ
ไม่ได้ หรือลูกสุนัขในท้องของแม่มีตัวเดียว ทำให้ได้รับอาหารอย่างสมบูรณ์ ทำให้ลูกสุนัขมีขนาดลำตัวใหญ่มาก ทำให้
ไม่สามารถคลอดผ่านเชิงกรานของแม่ได้ จึงต้องผ่าตัดนำตัวลูกออกมา


รกที่ห่อหุ้มตัวลูกสุนัข


3. ลูกสุนัขใกล้คลอดแล้ว เคลื่อนตัวมาพร้อมที่จะคลอดพร้อมกัน อาจมีการเบียดและไขว้ตัวกันเหมือนเลข 8 ทำให้
แม่สุนัขไม่สามารถคลอดเองได้

4. แม่สุนัขไม่มีแรงเบ่ง เบ่งได้สักระยะหนึ่ง ตัวแม่อาจนั่งเฉย ๆ ไม่ยอมเบ่งอีก บ้างก็นั่งหอบจนเหนื่อย หรือเลิกเบ่ง
ไปเลยก็มี แม่สุนัขที่เริ่มเบ่งท้องเป็นระยะๆ แม่สุนัขอาจรู้สึกว่า ตัวเองเบ่งแล้ว รู้สึกเจ็บท้อง จึงต้องหยุดเบ่ง เมื่อแม่
สุนัขเบ่งลูกแล้วติดเชิงกราน คุณก็ควรรีบนำแม่สุนัขไปพบสัตวแพทย์ เพื่อช่วยดึงลูกออกมา ดึงอย่างไร ด้วยวิธีใดๆ
ก็แล้วแต่ ถ้ายังไม่สามารถดึงลูกออกมาจากเชิงกรานของแม่ได้ เจ้าของต้องรีบตัดสินใจเลือกวิธีการทำคลอด โดยให้
สัตวแพทย์ผ่าตัดทำคลอดช่วยชีวิตแม่สุนัข และลูกทันที

5. แม่สุนัขกินอาหารได้น้อยในขณะตั้งท้อง ซึ่งลูกจะดึงเอาแร่ธาตที่สำคัญและอาหารธรรมชาติทั้งหลายจากตัวแม่ไป
ทำให้แม่ไม่แข็งแรงพอที่จะสามารถเบ่งลูกได้เองตามธรรมชาติ

6. ลูกสุนัขที่มีอาการผิดปกติบางอย่าง เช่น การบวมน้ำ จึงไม่สามารถคลอดผ่านเชิงกรานของแม่ได้เลย

7. แม่สุนัขมีภาวะของการขาดแคลเซียมมาก่อนคลอด เนื่องจากธาตุแคลเซียมมีผลต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อของมดลูก

8. ลูกสุนัขตัวแรกที่จะคลอด ได้เกิดเสียชีวิตในท้องแม่สุนัข หรือลูกสุนัขอ่อนแอเกินไป ไม่มีการเคลื่อนไหว ทำให้ไม่ไป
กระตุ้นการเบ่งคลอดของแม่สุนัข หรือลูกสุนัขตายมานานแล้ว และตัวแข็ง ก็ทำให้ไม่สามารถผ่านเชิงกรานแม่ได้ ถ้าทิ้งไว้
เป็นระยะเวลานาน จะทำให้ลูกตัวอื่นๆ ที่อยู่ในท้องตายตามมาได้

9. แม่สุนัขที่ท้องแรก คลอดลูกเองได้ แต่ท้องที่สองแม่สุนัขเบ่งลูกใช้เวลานานมาก ถุงน้ำก็ออกมาแล้ว เมื่อได้ทำการ
X-RAY ท้องแม่สุนัขแล้ว ท้องนี้อาจพบว่า ลูกมีโครงสร้างที่ใหญ่กว่าเชิงกรานของแม่ และแสดงอาการว่าแม่สุนัขคลอดเอง
ตามธรรมชาติไม่ได้ เจ้าของจะต้องรีบตัดสินใจให้สัตวแพทย์ผ่าท้องคลอดให้ทันที เพื่อช่วยเหลือชีวิตทั้งลูกสุนัขและ
ตัวแม่สุนัข


แม่สุนัขคลอดลูกแล้ว กำลังได้รับการเย็บแผลผ่าท้องคลอดลูกจากสัตว์แพทย์


ด้วยสาเหตุดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น การผ่าท้องคลอดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง ที่สามารถช่วยชีวิตทั้งแม่สุนัขและ
ลูกสุนัขได้อย่างปลอดภัย ถ้าพลาดโอกาสไป จะทำให้เจ้าของสุนัขรู้สึกสูญเสียเป็นมูลค่ามากมาย มิอาจประมาณได้
ในเรื่องของ

1. เวลาที่เจ้าของได้ทุ่มเทและเฝ้าทะนุถนอมดูแลแม่สุนัขมาตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง จนถึงเวลาคลอด

2. จะต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายไม่น้อยกับการผสมพ่อพันธุ์ที่สวย และมีมาตรฐานดีโดยเปล่าประโยชน์

3. สูญเสียสายพันธุ์หรือเพศที่ได้คาดหวังไว้อย่างน่าเสียดาย

การที่แม่สุนัขจะคลอดเอง หรือจะผ่าท้องคลอดด้วยฝีมือของสัตวแพทย์นั้น มิได้อยู่ที่ เคยผ่าท้องแล้ว ท้องต่อไป
จะต้องผ่าท้องคลอดเหมือนเดิม ไม่เหมือนกับ "คน" ที่คลอดลูก ถ้าเคยผ่าท้องคลอดโดยสูติแพทย์ ก็จะต้องผ่าท้อง
คลอดได้ไม่เกิน 3 ท้อง

แต่การคลอดของแม่สุนัขนั้น ท้องแรกอาจจะผ่าท้องคลอดด้วยปัจจัยดังกล่าวที่พี่อ๋อยได้กล่าวมาแล้ว แต่เมื่อตั้งท้องที่ 2
แม่สุนัขอาจจะคลอดเองได้ ด้วยเพราะ

- ลูกสุนัขตัวเล็กกว่าเชิงกรานของแม่ จึงทำให้การคลอดสามารถคลอดออกมาได้โดยง่าย

- แม่สุนัขมีลมเบ่งคลอด และสามารถคลอดเองได้

- ลูกสุนัขเอาศีรษะออกมาที่ปากช่องคลอด มิใช่นำเท้าออกมาก่อน



แม่สุนัขชื่อ "KRU OBB GUUYNET" เบ่งคลอดลูก ทำให้ถุงน้ำออกมาจากช่องคลอด


แม่สุนัขบางตัว ในขณะที่กำลังเบ่งท้องคลอดลูกสุนัขตัวแรกออกมาได้เองแล้ว ลูกสุนัขตัวที่ 2 แม่หมดแรงเบ่ง
นั่งเฉย ทำให้ลูกสุนัขไม่สามารถคลอดออกมาได้ เพราะต้องได้รับแรงกระตุ้นจากลมแบ่งของแม่ เมื่อแม่สุนัข
ไม่เบ่งคลอด ขั้นตอนต่อไป ถ้าหากรอเวลาแล้ว แม่สุนัขไม่สามารถคลอดลูกตัวต่อมาได้ เจ้าของสุนัขก็จะต้อง
นำแม่สุนัขตัวนี้ ไปพบกับสัตวแพทย์ให้ทำการผ่าท้องคลอดลูกในทันที เพื่อความปลอดภัยของแม่สุนัขและ
ลูกสุนัข ดังนั้น ในเวลาเดียวกันของแม่สุนัขตัวนี้ สามารถคลอดลูกได้โดยเบ่งคลอดเอง และผ่าท้องคลอดโดย
สัตวแพทย์ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการที่แม่สุนัขจะผ่าท้องคลอด หรือคลอดเองได้ในท้องต่อๆ ไปนั้น จะอยู่ที่ตัวของ
ลูกสุนัข ในการที่จะสามารถคลอดผ่านเชิงกรานของแม่สุนัขได้หรือไม่เป็นประการสำคัญ หรือแม่สุนัขตัวนี้ ท้องแรก
เบ่งคลอดลูกเองได้ ท้องที่ 2 ลูกขวางอยู่กลางลำตัวของแม่ ก็ต้องผ่าท้องคลอด เพราะลูกไม่สามารถคลอดใน
ท่าปกติได้ และท้องที่ 3 ของแม่ตัวนี้ ลูกสุนัขอาจจะอยู่สูงจากปากช่องคลอด ลูกยังไม่เคลื่อนตัวมารอที่ปาก
ช่องคลอด แต่ลูกสุนัขครบกำหนดที่จะคลอดแล้ว แม่สุนัขตัวนี้ไม่สามารถที่จะเบ่งคลอด เพื่อให้ลูกคลอดตาม
ปกติได้ จึงต้องผ่าท้องคลอดเช่นกัน

ดังนั้น ชีวิตน้อยๆ ของลูกสุนัขที่เกิดมาจึงมีคุณค่าทางด้านจิตใจของคุณเป็นอย่างยิ่ง คุณจะรู้สึกมีความสุข ชื่นชม
และยินดีที่ได้ช่วยแม่สุนัขดูแลลูกน้อยๆ ด้วยความรัก ภายในครอบครัวที่อบอุ่นของคุณใช่ไหมคะ
บันทึกการเข้า



โทร : 081 - 441-2462
ไอดีไลน์ : oilpoms



หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: