หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การฝึกลูกสุนัขให้ขับถ่ายให้เป็นที่ และการฝึกจูงลูกสุนัข  (อ่าน 853 ครั้ง)
พี่อ๋อยปอม
พี่อ๋อย
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2017, 11:29:02 AM »

คำถามของน้อง Joob'

พอดีนู๋เพิ่งจะเริ่มเลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ตอนนี้น้องอายุได้ 2 เดือนแล้วค่ะ นู๋เริ่มฝึกน้องเค้าบ้างนิดหน่อย
แต่เหมือนน้องเค้าจะไม่สนใจเลยค่ะ ทำผิดซ้ำๆ ตลอด เรื่องถ่ายไม่เป็นที่ ฉี่ไม่เป็นเวลา ฉี่บ่อยมากๆๆ เลยค่ะ

ส่วนเรื่องสายจูง น้องเค้าก็จะยอมให้จูงแป๊บเดี๋ยว เหมือนพอเค้าเบื่อ หรือไม่อยากเดินก็จะนั่งเฉยๆ พอเรากระตุกเชือก
ก็จะร้องใหญ่เลยอะค่ะ

รบกวนขอคำแนะนำในการฝึกน้องหมา ให้มีระเบียบเหมือนน้องหมาของพี่อ๋อยพอจะได้บ้างมั้ยคะ

คำตอบ

การขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทางของสุนัขเป็นเรื่องธรรมชาติของสุนัข แต่ถ้าหากสุนัขได้รับการอบรมสั่งสอน หรือได้รับการดูแลเอาใจใส่
จากเจ้าของที่มีเวลาให้กับสุนัขพอสมควร ก็จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการขับถ่ายที่ไม่เป็นที่เป็นทางของสุนัขได้ จึงเป็นเรื่องไม่ยาก
แต่ต้องใส่ใจ เจ้าของจะต้องมีความเพียรและมีความอดทนในการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับสุนัขของตนเอง

การสอนการขับถ่าย ควรจะสอนตั้งแต่สุนัขมีอายุได้ประมาณ 2 เดือน ซึ่งยังเป็นลูกสุนัขอยู่ จึงง่ายต่อการที่ลูกสุนัขจะมีความจดจำ
แต่ถ้าหากฝึกสุนัขเมื่อสุนัขของคุณมีอายุมากจนเกินไป ก็จะทำให้สุนัขเกิดความเคยชิน และทำให้การสอนของคุณต้องใช้เวลานาน
มากขึ้น ซึ่งเจ้าของสุนัขเองอาจจะหมดความอดทนและความพยายามเสียก่อนก็ได้ ถ้าหากสุนัขต้องการขับถ่าย ณ สถานที่นี้ เจ้าของ
ก็ควรนำหนังสือพิมพ์ หรือผ้าสำหรับรองการขับถ่ายมาวางไว้ สุนัขบางตัวเมื่อเติบโตขึ้น เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ต้องการ
ความเป็นผู้นำ ต้องการสร้างอาณาเขต

สุนัขเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น คืออายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป จนถึงประมาณ 1 ปี อาจจะทำให้การขับถ่ายผิดพลาดได้ การขับถ่ายที่เคย
แม่นยำ ก็อาจจะลืมไปบางขณะ วิธีแก้ไขก็คือ ฝึกการขับถ่ายเสียใหม่ เพราะถ้าหากสุนัขเติบโตขึ้น สุนัขเคยขับถ่ายตรงไหน ก็จะ
ขับถ่ายตรงนั้น เจ้าของจะไม่เข้าใจในเรื่องพฤติกรรมธรรมชาติของสุนัข เมื่อไม่เข้าใจ จึงแก้ไขไม่ถูกจุด ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ จึงเป็น
สาเหตุทำให้สุนัขนิสัยเสีย เรื่องของนิสัยสุนัขหรือพฤติกรรมของสุนัขจะดีหรือไม่ดีนั้น จึงขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงเป็นสำคัญ ซึ่งผู้เลี้ยงจะต้อง
ฝึกฝน อบรมและสั่งสอนว่า สิ่งใดที่สุนัขประพฤติปฏิบัติได้ หรือสิ่งใดไม่ควรทำ สุนัขก็เหมือนกับเด็กเล็ก ๆ ถ้าหากเจ้าของรักและ
ตามใจมาก สุนัขก็จะกลายเป็นสุนัขที่นิสัยเสียได้ง่าย ๆ ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่ดีต่าง ๆ ที่สุนัขแสดงออกนั้น ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไข
อย่างทันท่วงที ก็จะเกิดเป็นปัญหาที่แก้ไขลำบากและสุนัขจะเกิดความคุ้นเคยในการปฏิบัติตนที่ผิด ๆ มาตลอดเวลา ท่าทางที่สุนัขแสดง
หรือบ่งบอกว่า ต้องการขับถ่ายคือ การดมกลิ่นตามพื้นพร้อมกับสุนัขจะหมุนตัวและวิ่งเป็นวงกลม เมื่อคุณทราบอาการดังกล่าวแล้ว
ควรจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อม เจ้าของจะต้องรีบอุ้มสุนัขไปยังบริเวณที่ได้จัดเตรียมไว้ ทำเช่นนี้ประมาณ 3 – 4 ครั้ง หรือมากกว่านี้
จนกว่าสุนัขของคุณจะสามารถทำได้ ถ้าหากสุนัขแสดงท่าทางขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทางอีก ควรออกคำสั่งสั้น ๆ ว่า “หยุด” สุนัขจะ
หยุดพฤติกรรมนั้นทันที คุณจึงควรนำสุนัขไปยังสถานที่ที่คุณเตรียมให้กับสุนัขในการขับถ่าย

ในการสอนการขับถ่ายควรใช้คำพูดสั้น ๆ เช่น “ไปอึ” ไม่นานนักสุนัขก็จะเคยชินและไปขับถ่ายยังที่เดิม เมื่อสุนัขถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ควรได้รับคำชมทันทีพร้อมกับการลูบที่ศีรษะอย่างเบา ๆ จะทำให้สุนัขได้เรียนรู้ว่า เค้าทำถูกต้องแล้ว  การกินอาหารให้เป็นเวลาจะเป็น
การสร้างนิสัยให้สุนัขมีการขับถ่ายที่เป็นเวลาไปด้วย ทำให้เจ้าของสามารถรู้เวลาในการขับถ่ายของสุนัขได้ ซึ่งคุณจะต้องทราบถึงช่วง
เวลาหลัก ๆ ที่สุนัขของคุณจะขับถ่าย เช่น ตื่นนอนตอนเช้า หลังอาหาร และก่อนนอน

การฝึกการขับถ่ายจะมีวิธีฝึกในสถานที่ ดังนี้

1. ฝึกให้ขับถ่ายในสนามหญ้า วิธีนี้จะสามารถทำให้ง่าย เพียงแต่คุณนำสุนัขไปยังสนามหญ้า แล้วรอให้สุนัขทำกิจธุระให้เสร็จ ซึ่งจะ
ทำให้สะดวก และทำความสะอาดได้ง่าย


2. ฝึกให้ขับถ่ายบนแผ่นรองซับ ซึ่งแผ่นรองซับจะดีกว่ากระดาษหนังสือพิมพ์ เหมาะสำหรับสุนัขและเจ้าของที่รักความสะอาดและมีระเบียบ
วินัย แผ่นรองซับจะสามารถดูดซับความชื้นไว้ได้ และไม่ทำให้ที่อยู่อาศัยสกปรก


นายแบบเป็นสุนัขในบ้านของพี่อ๋อยชื่อ "THAILAND CHAMPION OIL'S BROWN SUGAR"


3. ฝึกให้ขับถ่ายในกรง ซึ่งจะสะดวกในการเก็บล้างหรือทำความสะอาด เมื่อสุนัขขับถ่ายแล้วสามารถมองเห็นและนำถาดรองไปล้าง
ทำความสะอาดได้ง่าย เมื่อเจ้าของไม่อยู่บ้านหรือต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ทำให้เจ้าของไม่สามารถเฝ้าระวังการขับถ่ายของสุนัขได้
ก็ควรนำสุนัขไปไว้ในกรงแทน

4. ฝึกให้ขับถ่ายบนหนังสือพิมพ์ การฝึกการขับถ่ายบนหนังสือพิมพ์เหมาะสำหรับผู้ที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมฯ ที่มีที่จำกัด เช่น เลี้ยงสุนัข
ไว้ในคอนโด หอพัก หรือห้องที่ไม่มีที่กว้างขวางนัก ซึ่งคุณจะต้องเตรียมหนังสือพิมพ์ให้มีขนาดใหญ่ ปูพื้นแล้วมีพื้นที่กว้าง ๆ เพื่อ
เป็นการเผื่อว่า สุนัขอาจจะหย่อนตุ๋มลงไปบนกระดาษหนังสือพิมพ์แล้ว อาจจะไม่ลงในตำแหน่งพอดี เมื่อสุนัขขับถ่ายแล้วจะมีกลิ่นฉี่เดิม
ของสุนัขยังหลงเหลืออยู่ ช่วงที่ฝึกแรก ๆ ไม่ควรทำความสะอาดและเก็บหนังสือพิมพ์หมด ให้เหลือกลิ่นไว้บ้าง ซึ่งเจ้าของจะต้อง
หมั่นนำสุนัขมาขับถ่ายที่เดิมทุก ๆ ครั้ง สุนัขของคุณก็จะสามารถขับถ่ายบนกระดาษหนังสือพิมพ์ได้อย่างแม่นยำ สุนัขส่วนใหญ่จะใช้
เวลาประมาณ 5 - 10 นาที ในการเดินวนเวียนและดมกลิ่นรอบ ๆ สถานที่ขับถ่าย เจ้าของควรจะรอเพื่อสังเกตพฤติกรรมของสุนัขว่า
เป็นไปตามที่เจ้าของต้องการหรือไม่ และระหว่างที่เจ้าของรอให้สุนัขขับถ่ายอยู่นั้น ต้องพยายามทำให้สุนัขมีใจจดจ่ออยู่กับการขับถ่าย
ซึ่งเจ้าของจะต้องไม่เล่นกับสุนัขหรือพูดคุยกับสุนัข เพราะจะทำให้สุนัขเสียสมาธิ จึงควรใช้ความเงียบและความนิ่ง จนกว่าสุนัขจะ
ขับถ่ายแล้วเสร็จ ดังนั้น บริเวณที่ฝึกให้สุนัขขับถ่าย จึงควรจะเป็นที่ประจำ ซึ่งจะทำให้สุนัขสามารถจดจำได้อย่างรวดเร็ว และเกิด
ความเคยชินต่อสถานที่ในการขับถ่าย

5. ฝึกให้ขับถ่ายในห้องน้ำ การให้สุนัขขับถ่ายที่พื้นห้องน้ำ จะทำให้การทำความสะอาดง่าย ถ้าหากสุนัขปัสสาวะ เจ้าของอาจจะ
ราดด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือราดน้ำเปล่าเพื่อทำความสะอาดก็เป็นการสะอาดเพียงพอแล้ว

เจ้าของสุนัขควรจะฝึกฝนสุนัขให้ต่อเนื่อง จนสุนัขเกิดความเคยชินกับสถานที่ขับถ่ายแล้ว จึงจะเลิกการฝึก เจ้าของสุนัขบางคนฝึกสุนัข
ในเวลาเพียง 1 – 2 วัน ซึ่งเป็นเวลาค่อนข้างรวดเร็วเกินไป สุนัขบางตัวยังไม่สามารถปฏิบัติได้ บางตัวก็สามารถจดจำได้อย่างรวดเร็ว
เจ้าของจึงมีหน้าที่สังเกตสุนัขของตนว่า มีพฤติกรรมอย่างไร แล้วจึงค่อย ๆ แก้ไขให้สำเร็จในแต่ละเรื่อง ซึ่งเป็นการไม่ยากเกินความ
สามารถของเจ้าของนะคะ

การฝึกสุนัขขั้นพื้นฐานควรจะเริ่มฝึกได้เมื่อสุนัขมีอายุน้อยๆ อยู่ เพราะลูกสุนัขจะที่มีอายุอยู่ในช่วงต้นๆ ของความเป็นลูกสุนัข
จะสามารถฝึกหัดได้อย่างง่ายๆ ซึ่งสุนัขพันธุ์ปอมฯ จะเป็นสุนัขที่มีความฉลาด มีไหวพริบ และมีความจำได้เป็นอย่างดี ในการที่
จะสามารถฝึกให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่งได้อย่างง่ายๆ  



พี่อ๋อย อายุ 59 ปี กำลังฝึกโพสต์ท่าให้สุนัขชื่อ "OIL'S BABY I AM HERE TO STAY (ซู่ซ่า) อายุ 4 เดือน 22 วัน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555


สุนัขที่ผ่านการฝึกฝนอบรมมาแล้ว จะเป็นสุนัขที่มีระเบียบวินัย น่ารัก และเป็นสุนัขที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเจ้าของสุนัขที่ใกล้ชิด
สุนัขจะสามารถรับรู้ได้ว่า ตัวสุนัขเองก็รู้สึกมีความสุขในการฝึกฝนบทเรียนในแต่ละวัน ซึ่งสุนัขสามารถปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าของ
สุนัข ได้เป็นอย่างดี เมื่อใครๆ ได้พบเห็นสุนัข จะทำให้สุนัขเป็นที่ชื่นชมและสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็น
สิ่งที่ทำให้เจ้าของสุนัขรู้สึกมีความสุข ที่สุนัขของตนเองเป็นสุนัขที่มีคุณภาพ



พี่อ๋อย เป็นกรรมการตัดสินการประกวดสุนัขที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555 กำลังชมสุนัขเตรียมตัวโพสต์ท่า


ผู้ที่ได้เห็นสุนัขประกวดโพสต์ท่าอยู่ในสนามประกวด อาจจะคิดว่า การฝึกสุนัขเป็นการฝึกง่ายๆ ไม่ยากเย็นแต่ประการใด เพราะสุนัข
ยืนนิ่งๆ ได้อย่างสวยงาม แต่ไม่ทราบว่า เบื้องหลังของความสำเร็จนั้น จะมีต้องมีสิ่งใดบ้างที่ทำให้ผู้ฝึกสุนัขโพสต์ท่าประสบความ
สำเร็จ ดังนั้น จึงต้องใส่ใจและใคร่รู้ เพื่อความถูกต้องในการปฏิบัติต่อสุนัข

การที่ “น้อง Joob” ต้องการฝึกจูงสุนัขพันธุ์ปอมฯ เป็นเรื่องของการฝึกสุนัขเพื่อการประกวด ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
ในการที่จะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการฝึกฝนสุนัข แต่ถ้าหากสุนัขที่เราเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนเล่น หรือเลี้ยง
โดยที่มิได้มุ่งหวัง เพื่อการประกวดสุนัข ควรจะฝึกสุนัขด้วยวิธีอื่นๆ จะดีกว่า เช่น การฝึกให้สุนัขสวัสดี การฝึกให้สุนัข
เชื่อฟังคำสั่ง นั่ง หมอบ คอย หรือฝึกสุนัขให้สุนัขรู้จักการคาบตะกร้า การฝึกสุนัขให้เก็บลูกบอล เป็นต้น ซึ่งจะเป็นเรื่อง
ที่ง่ายๆ กว่า

การฝึกสุนัขจะต้องมีวิธีในการฝึก ดังนี้

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องมีความรักสุนัข มีความใจเย็น มีอารมณ์ที่ดี มีความขยัน อดทน แน่วแน่ เข้มแข็ง มุ่งมั่น
ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค มีความตั้งใจ มีความเพียรพยายามสูง มีใจที่อยากจะฝึกสุนัขอย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจ มีจิตสำนึก
และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในการที่จะฝึกสุนัข

- ต้องฝึกฝนตนเองให้มีระเบียบวินัยก่อน จึงจะสามารถฝึกสุนัขได้ เช่น การตื่นนอนตั้งแต่เวลา 05.00 น. และเข้านอน
ในเวลา 24.00 น. เพราะในเวลาเช้าตรู่จะเป็นเวลาที่ทั้งคนและสุนัข ได้รับการพักผ่อนนอนหลับมาอย่างเพียงพอแล้ว
จะทำให้ร่างกายสดชื่น และมีความตื่นตัวในการที่จะฝึกฝน อีกทั้งการฝึกในเวลาดึกที่มีบรรยากาศที่ดี จะทำให้สุนัขมี
ความสดชื่น ซึ่งพี่อ๋อยจะฝึกสุนัขในเวลาเช้าตรู่และเวลาดึกประมาณ 21.00 – 24.00 น. หลังจากที่พี่อ๋อยเลิกจาก
งานประจำแล้ว

- ผู้ฝึกฝนสุนัขควรฝึกสุนัขด้วยหัวใจ ด้วยความรัก ด้วยความอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยบทเรียนที่เข้มงวด เพื่อให้สุนัข
ปฏิบัติด้วยความเต็มใจ

- การฝึกสุนัขจะต้องรู้วิธีการสอนให้สุนัขสามารถจัดท่ายืนของตัวเองให้ถูกต้อง และสวยงามของร่างกาย เพื่อสามารถ
แสดงจุดเด่นของสุนัขให้ผู้ชมยอมรับ

- การฝึกฝนสุนัขนั้น เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกจะต้องทุ่มเทเวลาอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขสามารถ
ค้นพบแนวทางสู่ความสำเร็จร่วมกัน และสร้างความเชื่อมั่น ความสุขให้แก่กันและกัน

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกจะต้องมีความพร้อมที่จะสามารถทำให้สุนัขเป็นที่ประทับใจ และสุนัขสามารถหยุดการเคลื่อนไหว
ได้อย่างทันที โดยที่สุนัขจะต้องยืนอยู่บนเท้าทั้งสี่เท้าได้อย่างมั่นคงและสมดุล

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องสามารถพัฒนาให้สุนัขตอบสนอง เมื่อได้รับการฝึก ซึ่งผู้ฝึกจะต้องสามารถควบคุมสุนัข
ให้ปฏิบัติตามคำสั่งได้ และควบคุมให้สุนัขสามารถแสดงความสวยงามของร่างกาย ในส่วนที่ดีที่สุดออกมาให้ผู้ชมได้
ประจักษ์

- การฝึกสุนัขจะทำให้ผู้ฝึกสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ฝึกจะได้รับประสบการณ์มากขึ้นด้วย

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องศึกษา และใฝ่หาความรู้ในเรื่องการฝึกสุนัขให้เข้าใจเป็นอย่างดี เพื่อจะได้ทราบถึง
พื้นฐานและขั้นตอนในการฝึกสุนัข ควรจะฝึกอย่างไร เริ่มต้นอย่างไร เพราะถ้าไม่รู้จักแนวทางในการฝึกสุนัข จะทำให้
การฝึกสุนัขเกิดความสับสน หรือสุนัขไม่สามารถเข้าใจในการที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ฝึกได้

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดในการฝึกให้กับสุนัข โดยฝึกสุนัขตลอดเวลา ฝึกสุนัขอย่าง
สม่ำเสมอ และการฝึกสุนัขจะต้องตรงต่อเวลา จะเป็นการสร้างนิสัยให้กับตัวเองและสุนัข เพราะนั่นคือ การฝึกหัด
ขั้นต้นที่จะพัฒนาบุคลิกภาพของทั้งคนและสุนัขให้ดีขึ้น

พี่อ๋อยจะฝึกฝนสุนัขตลอดเวลา เมื่อมีเวลาและมีโอกาส เช่น สุนัขจะต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้า คือเวลา 05.00 น. ซึ่งสุนัข
ในบ้านของพี่อ๋อยจะตื่นนอนในเวลาเช้าพร้อมๆ กับพี่อ๋อย สุนัขจะต้องเริ่มต้นบทเรียนในแต่ละวัน เพื่อฝึกการยืน การเดิน
และการโพสต์ท่า ซึ่งตลอดเวลาใน 1 วัน สุนัขจะต้องได้รับการฝึกเป็นระยะๆ หรือฝึกในระยะสั้นๆ ไม่เกิน 10 นาทีต่อครั้ง
จนกระทั่งถึงเวลา 20.00 น.

เมื่อพี่อ๋อยเดินทางไปในที่ต่างๆ พี่อ๋อยจะนำสุนัขนั่งรถไปด้วย ฝึกสุนัขในขณะที่สุนัขอยู่ในรถ อยู่บนโต๊ะ อยู่ที่ตลาด
แม้แต่ในห้องนอน ในห้องน้ำ ขณะที่พี่อ๋อยแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน พี่อ๋อยก็จะนำสุนัขมาฝึกอยู่เสมอๆ นอกจากนี้
พี่อ๋อยได้นำสุนัขไปฝึกการจูงเดินที่ทำงานทุกๆ วัน ซึ่งพี่อ๋อยจะให้ความสำคัญและความสนใจแก่สุนัข ที่ต้องการจะฝึก
เป็นอย่างมาก

การฝึกสุนัข

- โดยปกติแล้วสุนัขที่ควรฝึกการโพสต์ท่า จะต้องเป็นสุนัขที่ถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์ และเจ้าของสุนัขมีจุดประสงค์
ที่จะนำสุนัขเข้าร่วมการประกวดสุนัข หรือเจ้าของสุนัขเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่ในวงการสุนัขพันธุ์ปอมฯ หรือ เป็นผู้ฝึกสุนัข
เพื่อการประกวด และสุนัขจะต้องมีสายเลือดของบรรพบุรุษที่เข้มข้นในการประกวด เพราะลูกสุนัขจะได้รับการถ่ายทอด
สายเลือดที่ดีมาจากบรรพบุรุษ ที่จะทำให้ลูกสุนัขประสบความสำเร็จตามแนวทางของบรรพบุรุษได้เป็นอย่างดี

- สุนัขจะต้องมีอารมณ์และจิตใจที่ร่าเริง แจ่มใส และไม่มีความตื่นกลัว หรือแสดงความหวาดระแวง ขี้ขลาด ตัวสั่น คอตก
หางตก ต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งสุนัขที่แสดงอาการดังกล่าวนี้ จะทำให้ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการฝึกฝน หรือฝึก
การโพสต์ท่าได้



สุนัขกำลังโพสต์ท่าให้พี่อ๋อย ซึ่งเป็นกรรมการตัดสินการประกวดสุนัขที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555 ได้ชมอย่างสวยงาม


- ควรฝึกสุนัขให้มีสมาธิก่อนที่จะฝึกให้สุนัขรู้จักการโพสต์ท่า เพราะถ้าสุนัขมีกิริยาซุกซน ชอบเล่นตลอดเวลา ไม่นิ่ง
ไม่มีสมาธิ จะทำให้สุนัขไม่สามารถฝึกการโพสต์ท่าได้

- สุนัขต้องรู้จักชื่อตัวเอง โดยเจ้าของหรือผู้ฝึกเป็นผู้เรียกชื่อสุนัข เพื่อควบคุมให้สุนัขอยู่ในคำสั่งและระเบียบวินัย



พี่อ๋อย นำสุนัขชื่อ "OIL'S BABY I AM HERE TO STAY (ซู่ซ่า) อายุ 4 เดือน 22 วัน ไปฝึกจูงเดินที่ทำงาน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555


- การก้าวเดินของผู้ฝึกสุนัข ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่จะต้องก้าวเดินด้วยจังหวะที่ผสมผสานไปพร้อมกับการก้าวเดิน
ของสุนัข

- การที่สุนัขจะเคลื่อนไหวอิริยาบถ เช่น การเดิน การยืน จะทำได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนที่ดี  ซึ่งสุนัขจะต้องมี
โครงสร้างของร่างกายและการยืน การเดินที่สวยงาม เพื่อแสดงออกถึงความสวยงามของสุนัขพันธุ์ปอมฯ มิใช่ฝึกสุนัข
เพื่อแสดงถึงจุดด้อยหรือข้อบกพร่องให้เห็น เช่น โครงสร้างที่ผิดมาตรฐาน หรือไม่มีความถูกต้องและไม่ได้ตามลักษณะ
ของสายพันธุ์

- การฝึกสุนัขเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเข้าสงคม เพื่อสร้างนิสัยของสุนัขให้มีความคุ้นเคยกับสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ
รวมทั้งคนแปลกหน้า ซึ่งจะทำให้สุนัขสามารถเข้ากับทุกๆ คนได้ง่าย

- การฝึกสุนัขจะได้ผลมากน้อยเพียงใด ให้ดูที่ความพร้อมของสุนัข และการฝึกสุนัขเป็นประจำจะทำให้เจ้าของและ
สุนัขประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังทำให้สุนัขรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสามารถแก้ไขพฤติกรรมต่างๆ ของ
สุนัขได้ เช่น การไม่รู้จักรับฟังคำสั่ง การเอาแต่ใจตัวเอง

- สุนัขจะต้องฝึกฝนอย่างหนักในเรื่องของการพัฒนาบุคลิกภาพ ให้สุนัขมีความนิ่งให้มากๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าของ
สุนัขหรือผู้ฝึก

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสุนัขจะต้องฝึกให้สุนัขสามารถเข้าสายจูงให้ได้ จะทำให้สามารถควบคุมสุนัขได้ ซึ่งการสวม
สายจูงสุนัขให้อยู่ในคอของสุนัขนั้น สุนัขบางตัวไม่ยอมใส่สายจูง ดิ้น หรือการรั้งสายจูง ซึ่งเป็นการฝึกขั้นพื้นฐานและ
เป็นส่วนประกอบในการที่จะฝึกสุนัขให้โพสต์ท่าได้ เพื่อที่จะฝึกสุนัขในเรื่องอื่นๆ ต่อไป

- เมื่อสุนัขคุ้นเคยกับการใส่สายจูงแล้ว จึงจะฝึกขั้นตอนต่อไป คือ ฝึกการยืน การเดิน การวิ่ง และการหยุดอยู่กับที่
เพราะการฝึกสุนัขให้โพสต์ท่า ควรเริ่มต้นตามลำดับขั้นตอน มิใช่อยากจะฝึกโพสต์ท่า เจ้าของสุนัขเริ่มต้นจากการ
โพสต์ท่าก่อน ซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนภายหลัง ทำให้การฝึกสุนัขมีการข้ามขั้นตอน หรือลำดับในการปฏิบัติต่อสุนัข
เกิดความสับสน

- การจูงสุนัขโดยใช้สายจูง ควรให้สุนัขอยู่ทางด้านซ้ายมือของเจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึก เมื่อเจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกเรียก
ชื่อสุนัข จะทำให้สุนัขโพสต์ท่ามองเจ้าของหรือผู้ฝึกได้อย่างสวยงาม ซึ่งเจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกจะต้องปฏิบัติซ้ำๆ บ่อยๆ
จนกระทั่งสุนัขจดจำได้ การฝึกสุนัขจึงควรจะกระทำในเวลาที่น้อยที่สุดเท่าที่สุนัขจะสามารถทนได้ หรือยอมรับได้

สุนัขบางตัวเมื่อยืนต่อหน้าเจ้าของสุนัข จะแสดงกิริยาหวาดระแวง กลัว ตัวสั่น คอตก ไหล่ตก หางตกหรือใบหูลู่ลง
ไม่แสดงอาการตอบรับ หรือโพสต์ท่าเพื่อมองเจ้าของหรือผู้ฝึก เมื่อสุนัขมีอาการดังกล่าว จะทำให้สุนัขไม่สามารถ
โพสต์ท่าได้ เพราะความกลัวที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพทางด้านจิตใจของสุนัข ที่ค่อนข้างแก้ไขได้ยาก เพราะสุนัขเกิด
ติดเป็นนิสัยแล้ว

การจูงสุนัขเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่ผู้จูงสุนัขสามารถที่จะพัฒนาตนเองให้มีลักษณะที่ดีขึ้นได้ ซึ่งอยู่ที่ความสามารถ
และความตั้งใจของเจ้าของสุนัข ที่จะทำให้สุนัขร่วมมือและตอบสนองต่อการฝึกได้ดีเพียงใด

การฝึกสุนัขให้โพสต์ท่า เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกอาจจะไปชมวิธีการฝึกสุนัขจากงานประกวดสุนัข เพื่อศึกษาวิธีการ
โพสต์ท่าสุนัขจะทำให้สามารถเข้าใจลีลา และวิธีการโพสต์ท่าของสุนัขในรายละเอียดได้อย่างชัดเจน

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกไม่ควรทำให้การฝึกสุนัขเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับสุนัข เมื่อเริ่มการฝึกเช่น การดุ การลงโทษ
การลากเชือกจูงสุนัข การทำให้สุนัขรู้สึกเจ็บ จะทำให้สุนัขเกิดความกลัวเป็นอย่างมาก และจะทำให้การฝึกไม่ประสบ
ความสำเร็จ แต่ถ้าหากเจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกสามารถทำให้การฝึกเป็นเรื่องที่สนุกสนานสำหรับสำหรับสุนัข จะทำให้
สุนัขเกิดความรู้สึกติดใจ และอยากจะฝึกฝน เช่นสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย เมื่อถึงเวลาฝึกแล้ว ไม่ได้ฝึก สุนัขจะแสดง
อาการยืนรอ เตรียมตัวพร้อม และเรียกร้องที่จะได้รับการฝึก เพราะสุนัขคิดว่า ทำผิดสิ่งใดหรือ? ทำไมเค้าจึงไม่ได้
รับการฝึกเช่นเดียวกับสุนัขตัวอื่นๆ

- เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกจะต้องรีบแก้ไขทันทีเมื่อสุนัขทำผิด โดยใช้คำพูดสั้นๆ เช่น หยุด ไม่ ด้วยเสียงที่ดังอย่างเข้มแข็ง
และด้วยสีหน้าที่แสดงความไม่พอใจ ซึ่งสุนัขจะสามารถเรียนรู้ได้จากน้ำเสียง และสีหน้าของเจ้าของสุนัข หรือผู้ฝึกว่า
การกระทำหรือการประพฤติเช่นนี้ เป็นสิ่งที่สุนัขไม่สมควรปฏิบัติ  

- การใช้คำสั่งต่อสุนัข จะต้องใช้คำสั่งสั้นๆ เป็นคำ หรือเป็นเรื่องๆ จนกว่าสุนัขจะปฏิบัติได้ ไม่ควรเปลี่ยนแปลงคำสั่ง
ตลอดเวลาที่มีการฝึก เพราะจะทำให้สุนัขเกิดความสับสน

- เมื่อสุนัขปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง เจ้าของสุนัขหรือผู้ฝึกต้องให้รางวัลทันที เช่น การให้คำชมเชย การลูบศีรษะ
สุนัข หรือการสัมผัสเบาๆ ที่บริเวณลำคอ เพื่อสร้างความรู้สึกให้แก่สุนัขอยากจะฝึกในโอกาสต่อไป

เมื่อเจ้าของสุนัขได้ฝึกสุนัขแล้ว จะต้องนำสุนัขไปประกวด เพื่อพัฒนาสุนัขด้านต่างๆ ไม่ควรเก็บสุนัขไว้ให้อยู่ในบ้าน
เพื่อนั่งๆ นอนๆ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์และเสียเวลาในการฝึก
บันทึกการเข้า



โทร : 081 - 441-2462
ไอดีไลน์ : oilpoms



หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: